การเลือกตั้งของโซมาเลียที่ผู้แทนไม่ได้รับเลือกมาจากประชาชน

ที่มาของภาพ, Getty Images
บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ใหม่ของโซมาเลียกำลังจะทยอยสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในรัฐสภาซึ่งเป็นที่รู้จักในนามสภาประชาชน แต่พวกเขาเป็น ส.ส. ที่ประชาชนไม่ได้ไปออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้งที่ลากยาวเป็นประวัติการณ์นานถึงสี่เดือน หรือนานเป็นสองเท่าของเวลาที่อินเดียใช้จัดการเลือกตั้งที่มีผู้ไปใช้สิทธิถึง 600 ล้านคน
ในโซมาเลียนั้น มีคนเพียงไม่กี่พันคนที่ได้ออกเสียงเลือกผู้ที่จะมาเป็นตัวแทนประชาชนทั้งประเทศที่มีอยู่ประมาณ 16.3 ล้านคน นี่เป็นเพราะว่าโซมาเลียมีระบบการเลือกตั้งทางอ้อมที่ซับซ้อน พรรคการเมืองไม่ได้ชิงชัยกันในการเลือกตั้ง และไม่ได้ใช้ระบบหนึ่งคนหนึ่งเสียงด้วย
ในทางตรงกันข้าม สมาชิกสภาประชาชน 275 คน ของโซมาเลีย ได้รับเลือกตั้งมาจากคณะผู้แทนที่ได้รับแต่งตั้งมาบรรดาผู้นำชนเผ่าอาวุโสและสมาชิกภาคประชาสังคมที่เจ้าหน้าที่ของรัฐในภูมิภาคต่าง ๆ เลือกมาอีกที
ส.ส.200 กว่าคนจะเป็นผู้ลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ ขณะที่สมาชิกวุฒิสภา 54 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐในภูมิภาคทั้ง 5 แห่งของโซมาเลีย ก็มีส่วนร่วมในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเช่นกัน
ทำไมถึงเลือก ส.ส. แบบนี้
ระบบนี้แสดงถึงอำนาจของระบบเผ่าในโซมาเลีย ที่กลายเป็นกระดูกสันหลังของระบบสังคมที่ประชาธิปไตยแบบตะวันตกไม่อาจหยั่งรากถึง
พวกเขายังเติมเต็มสุญญากาศทางการเมืองที่เกิดจากการว่างเว้นไม่มีรัฐปฏิบัติหน้าที่ นับตั้งแต่ระบอบสังคมนิยมที่นำโดย ไซอัด บาร์รี ล่มสลายในปี 1991

ที่มาของภาพ, Getty Images
การแข่งขันอย่างดุเดือดระหว่างเผ่าต่าง ๆ ของโซมาเลีย ทำให้ระบบปกครองที่มีอยู่เป็นการแบ่งปันอำนาจ ระหว่างสี่เผ่าหลัก ซึ่งมีที่นั่งเท่า ๆ กันในรัฐสภา ส่วนเผ่าอื่น ๆ ที่เหลือจะรวมกันครองที่นั่งครึ่งหนึ่ง
นี่ทำให้ผู้ที่เป็นตัวแทนเผ่าในโซมาเลียกลายเป็นคนที่เลือกผู้ปกครองสูงสุดของประเทศ
พวกเขาส่วนใหญ่จะเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันพฤหัสบดีนี้ หลังการเลือกตั้งสมาชิกทั้งสองสภา แต่การเลือกตั้งในบางภูมิภาคยังไม่เสร็จสิ้น เพราะมีข้อพิพาทในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงคุณสมบัติของผู้สมัครด้วย
แต่นั่นไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของ ส.ส.คนอื่น ๆ
ปัญหาคอร์รัปชั่น การใช้อำนาจในทางที่ผิด และการเพิกเฉยต่อกฎการเลือกตั้ง ซึ่งเชื่อกันว่ามีการใช้จ่ายเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อแลกตำแหน่งผู้แทนในบางกรณี สร้างความเสื่อมเสียให้เกิดขึ้น แต่น่าเสียดายที่ประเทศนี้ไม่มีสถาบันที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการกระทำทุจริต
กาตาร์เป็นผู้เล่นหลักในฉากการเมืองของโซมาเซีย นักวิเคราะห์เชื่อว่ากาตาร์จ่ายเงินสนับสนุนการรณรงค์หาเสียงของประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด อับดุลลาฮี ฟาร์มาโจ ในปี 2017 และสามารถล้วงลึกเข้าถึงการบริหารงานของเขาได้มหาศาล

ที่มาของภาพ, Getty Images
ลำดับความสำคัญของ ส.ส. ใหม่จะเป็นอย่างไร
มีแรงกดดันจากสาธารณชนให้รัฐสภาต้องรีบเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ เพราะวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีฟาร์มาโจสิ้นสุดลงตั้งแต่เดือน ก.พ. 2021 แต่เขายังอยู่ในตำแหน่งต่อ ขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองและการเตรียมเลือกตั้งรัฐสภาใหม่ที่ล่าช้า ทำให้ทั้งเขาและ ส.ส. ไม่มีอาณัติในการปกครองประเทศ
ท้ายที่สุดการเลือกตั้งก็เกิดขึ้นเพราะถูกกดดันจากชาติตะวันตกที่บริจาคเงินช่วยเหลือ ขณะที่สหรัฐฯ จำกัดการออกวีซ่าให้เจ้าหน้าที่ที่ถูกมองว่าบ่อนทำลายกระบวนการเลือกตั้ง ในเวลาเดียวกัน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่าอาจจะยุติการสนับสนุนทางการเงินแก่โซมาเลียภายในกลางเดือน พ.ค. นี้ หากการเลือกตั้งไม่เสร็จสิ้น
มีปัญหาท้าทายหลายอย่างที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไข ซึ่งรวมถึงภัยแล้งที่เลวร้ายลงในช่วงสามปีที่ผ่านมาองค์กรความช่วยเหลือต่าง ๆ เตือนว่าโซมาเลียอาจเผชิญกับภาวะทุพภิกขภัย ผู้คนมากกว่า 3.5 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร และเด็ก 1.4 ล้านคน ต้องเผชิญกับภาวะขาดสารอาหารขั้นรุนแรง

ที่มาของภาพ, Getty Images
ประเด็นข้อห่วงใยของโลกตะวันตก
สิ่งที่เป็นประเด็นหลักคือการเติบโตของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง โซมาเลียเป็นแหล่งรวมของสมาชิกกลุ่มอัล-ชาบับ หนึ่งในเครือข่ายของกลุ่มอัลไคดา ที่ถือว่าอันตรายที่สุดในแอฟริกา
การก่อตัวของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงในโซมาเลียเกิดขึ้นเมื่อราวสองทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากกองทหารเอธิโอเปียที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ บุกเมืองหลวงโมกาดิชู เพื่อขับไล่สหภาพศาลอิสลามให้พ้นจากอำนาจ
ความพ่ายแพ้ของสหภาพศาลอิสลาม ทำให้กลุ่มอัล-ชาบับ แข็งแกร่งขึ้น และกลุ่มติดอาวุธประกาศว่าจะขับไล่ "ผู้รุกราน" ออกไป
ทุกวันนี้ อัล-ชาบับ ยังคุมพื้นที่หลายแห่งในโซมาเลีย และก่อเหตุโจมตีบ่อยครั้งโดยมีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มรัฐบาลและสถาปนาการปกครองตามกฎอิสลาม
ในการเลือกตั้งปี 2012 และ 2016 อัล-ชาบับ ข่มขู่และลักพาตัวผู้อาวุโสของเผ่าต่าง ๆ หลังจากประณามพวกเขาที่เข้าร่วมในสิ่งที่เห็นว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นอิสลาม
ในคราวนี้ ท่าทีของกลุ่มต่อการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเป็นไปอย่างเงียบงัน ท่ามกลางความกลัวว่าสมาชิกกลุ่มอาจได้ที่นั่งรัฐสภา และเข้าไปบ่อนทำลายระบบเสียตั้งแต่ภายใน

ที่มาของภาพ, Getty Images
เรื่องนี้เคยเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในที่สาธารณะ มีการรายงานคำพูดของประธานาธิบดีโอมาร์ กูเอเลห์ แห่งจิบูตี ที่กล่าวเมื่อปี 2020 ว่า "ผมเกรงว่าเราจะต้องลงเอยกันด้วยการมีรัฐสภาที่ถูกกลุ่มอัล-ชาบับ ควบคุมในทางอ้อม เพราะพวกเขาจะจ่ายเงินเพื่อให้ได้แรงหนุนจาก ส.ส.บางคน"
นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่านายกูเอเลห์ พูดเกินจริงในแง่ความเป็นไปได้ที่อัล-ชาบับ จะเข้าไปยึดหัวหาดในรัฐสภา แต่ที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือกลุ่มนี้เป็นหัวหอกทางการเมืองในโซมาเลีย
โซมาเลียสามารถกลายเป็นประชาธิปไตยได้หรือไม่
บรรดาผู้มีอำนาจทางการเมืองในโซมาเลียเห็นตรงกันมานานแล้วว่าจะต้องจัดการเลือกตั้งโดยใช้ระบบหนึ่งคนหนึ่งเสียงภายในปีนี้ แต่ทุกคนก็ไม่รักษาคำพูด และไม่น่าแปลกใจที่การออกข้อกำหนดสำคัญ ๆ ซึ่งรวมถึงการจดทะเบียนพรรคการเมืองและการทำประชามติรับรองรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ได้เกิดขึ้น
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสิ่งใดคืองานสำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่ของโซมาเลียจะต้องเข้ามาจัดการก่อนเป็นอันดับแรก แต่ที่แน่ ๆ รัฐบาลชุดใหม่มีปัญหาท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า































