นักลงทุนยอมซื้อพันธบัตรผลตอบแทนติดลบ หวั่นเบร็กซิทไร้ข้อตกลงและสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน
ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, แดน อัสเชอร์
- Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจ
นักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในโลกบางรายกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจโลกในอนาคต ถึงขั้นยอมจ่ายเงินให้รัฐบาลประเทศที่น่าเชื่อถือดูแลเงินสดของพวกเขา
สิ่งที่นักลงทุนเป็นห่วงคือ การที่สหราชอาณาจักรอาจถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือเบร็กซิทโดยไม่มีข้อตกลง รวมถึงกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่กำลังดำเนินไป นอกจากนี้ยังมีสัญญาณหลายอย่างบ่งชี้ว่าความต้องการบริโภคภายในของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในยุโรป อย่างเยอรมนีกำลังลดลงอย่างฮวบฮาบ
โดยปกติแล้วเมื่อเกิดวิกฤต บรรดานักลงทุนจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นทองคำ พันธบัตรรัฐบาล หรือไม่ก็ถือเงินสดไว้
แต่สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่อย่างกองทุนบำนาญ การถือเงินสดไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ขณะที่การลงทุนในทองคำก็ถือว่ามีความเสี่ยง กองทุนเหล่านี้จึงหันไปลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาลแทนแม้ได้ผลตอบแทนติดลบก็ตาม
พันธบัตรคืออะไร
ในการระดมเงินสดเพื่อนำมาใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ตั้งแต่โครงการสาธารณูปโภคไปจนถึงชำระหนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินมา
หนึ่งในวิธีการที่รัฐบาลใช้คือการออกพันธบัตรแบบกำหนดระยะเวลา โดยบริษัทหรือบุคคลที่มาซื้อพันธบัตรก็คือผู้นำเงินมาให้รัฐบาลกู้ยืมนั่นเอง พวกเขาจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย จนกระทั่งมีการไถ่ถอนพันธบัตรคืนตามเวลาที่กำหนดไว้
ที่มาของภาพ, Getty Images
หลายประเทศที่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้กู้ยืมที่ดี เช่น เยอรมนีจะจ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่าประเทศที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งถูกมองว่ามีโอกาสผิดสัญญาการชำระหนี้มากกว่าอย่างอาร์เจนตินา
ขณะที่นักลงทุนยักษ์ใหญ่ เช่น บรรดากองทุนบำนาญ จะจำกัดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยเยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น มีความน่าดึงดูดมากกว่า
ปริมาณความต้องการที่สูงมาก ทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลของเยอรมนีอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ติดลบ 0.65% นั่นหมายความว่านักลงทุนจะขาดทุนจากการให้เยอรมนีกู้ยืมเงิน
ผลตอบแทนพันธบัตรติดลบส่งผลอย่างไร
ผลที่เกิดขึ้นคือนักลงทุนกำลังจ่ายดอกเบี้ยให้กับรัฐบาลที่กู้ยืมเงินพวกเขา และเป็นสัญญาณที่ส่อให้เห็นถึงภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจ นั่นหมายความว่า นักลงทุนเหล่านี้มั่นใจว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงติดลบต่อไปอย่างน้อย 10 ปี และที่แย่ไปกว่านั้นคือพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 30 ปี ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 0.14% สะท้อนให้เห็นการคาดการณ์ของนักลงทุนว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงติดลบต่อไปอีก 30 ปี
ทริสทัน แฮนสัน แห่งเอ็มแอนด์จี (M&G) ซึ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลกล่าวว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีแสดงให้เห็นว่า "มีระดับความทนทานในการรับความเสี่ยงสูง" ในยุโรป ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะยอมขาดทุนจากการถือเงินไว้ แทนที่จะนำไปซื้อห้องชุด หรือลงทุนในตลาดหุ้น
"พวกเขาบอกว่า 'ผมยอมขาดทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนกลับมาแน่ ดีกว่าเสี่ยงขาดทุนมหาศาลจากการลงทุนในสินทรัพย์บางประเภท'" นายแฮนสันอธิบาย
ที่มาของภาพ, Getty Images
ทำไมไม่ถือเงินสด
เลธ คาลาฟ นักวิเคราะห์จาก ฮาร์กรีฟส์ แลนส์ดาวน์ (Hargreaves Lansdown) กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่แล้ว การถือครองเงินสดมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะเมื่อใดที่อัตราดอกเบี้ยกลับสู่ภาวะปกติ เงินสดที่ถือไว้ก็จะไร้มูลค่า
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า นักลงทุนรายใหญ่มักจะไม่นำสินทรัพย์ไปฝากธนาคาร เพราะเกรงว่าอาจเกิดกรณีธนาคารล้มได้
"ถ้านักลงทุนสถาบันฝากเงิน 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,100 ล้านบาท) ไว้ในธนาคารแห่งหนึ่ง หมายความว่าเขามีความเสี่ยงสูงมาก ถ้าธนาคารนั้นล้มละลาย"
เขายังเห็นว่า นักลงทุนขนาดใหญ่จะลดความเสี่ยงด้วยการซื้อพันธบัตรรัฐบาล กองทุนบำนาญที่รู้จำนวนเงินที่แน่นอนในการจ่ายบำนาญในระยะเวลา 20 ปี จะซื้อพันธบัตรที่ทางกองทุนคาดว่า จะทำให้ได้ผลตอบแทนตามข้อผูกมัด ทั้งนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ติดลบสะท้อนถึงความกังวลทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น
ที่มาของภาพ, Getty Images
นักลงทุนกำลังตื่นตระหนกหรือไม่
วิลล์ ฮ็อบบ์ส จากฝ่ายลงทุนของบาร์เคลย์สเชื่อว่านักลงทุนกังวลมากเกินไป เขาเห็นว่าเศรษฐกิจ "ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเลวร้ายขนาดนั้น"
เขากล่าวว่า ชะตากรรมของเศรษฐกิจโลกเคยผูกโยงไว้กับสหรัฐฯ ซึ่ง "ดูแข็งแกร่ง"
"เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ อาจจะขัดแย้งกันเองและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน"
"แต่การถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ทุกครั้งที่ผ่านมา มีแรงผลักจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่น" เขากล่าว
ฮ็อบบ์สกล่าวด้วยว่า ผลตอบแทนพันธบัตรที่ติดลบได้ผลักดันให้นักลงทุนบางส่วนหันไปซื้อทองคำ จนราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี
แต่เขาเตือนให้ระมัดระวังในการซื้อทองคำ เพราะเป็นสิ่งที่ "ประเมินค่าได้ยาก" และ "การปรับตัวของราคาทองคำยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับความรู้สึกอยู่มาก"
ข่าวเด่น
เรื่องน่าสนใจ
บทความยอดนิยม
ไม่มีเนื้อหานี้