สัตว์ : จิ้งจอกหิมะแห่งอาร์กติก เดินทาง 3 พันกิโลเมตร ใน 76 วัน

An arctic fox of the blue color morph is seen in Svalbard, Norway

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ตอนที่ถูกปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ จิ้งจอกน้อยมีอายุไม่ถึง 1 ปี

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากนอร์เวย์ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า สุนัขจิ้งจอกหิมะ อายุไม่ถึง 1 ปี สามารถเดินทางไกลข้ามผืนน้ำแข็งจากหมู่เกาะสวาลบาร์ดของนอร์เวย์ไปยังตอนเหนือของแคนาดาที่มีระยะทางไกลถึง 3,506 กม. ภายในระยะเวลาเพียง 76 วัน

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยโพลาร์ (Polar Institute) ของนอร์เวย์ ที่ศึกษาวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมของขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ได้ติดตั้งอุปกรณ์ติดตามจีพีเอสไว้ที่สุนัขจิ้งจอกหิมะเพศเมียตัวหนึ่ง จากนั้นได้ปล่อยมันกลับสู่ธรรมชาติในช่วงปลายเดือน มี.ค. 2018 บริเวณชายฝั่งตะวันออกของเกาะสปิตส์เบอร์เกน เกาะใหญ่ที่สุดที่มีผู้คนอาศัยอยู่ในหมู่เกาะสวาลบาร์ด

ตอนที่ถูกปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาตินั้น จิ้งจอกหิมะตัวนี้มีอายุไม่ถึง 1 ปี โดยมันเริ่มออกเดินทางมุ่งสู่ทิศตะวันตกเพื่อหาอาหาร และเดินทางถึงเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 1,512 กม. โดยใช้เวลาเพียง 21 วัน ก่อนที่มันจะหยุดพักและเริ่มการเดินทางในช่วงที่ 2

นักวิทยาศาสตร์ตรวจจับสัญญาณจีพีเอสของจิ้งจอกน้อยได้อีกครั้งที่เกาะเอลสเมียร์ ของแคนาดาซึ่งไกลออกไปอีกเกือบ 2,000 กม. หลังจากมันเดินทางออกจากสวาลบาร์ดได้ 76 วัน

Young Arctic fox

ที่มาของภาพ, Universal Images Group/Getty Images

คำบรรยายภาพ, จิ้งจอกหิมะเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก

ไม่อยากเชื่อสายตา

สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้สึกทึ่งยิ่งกว่าระยะการเดินทางที่ยาวไกล ก็คือความเร็วในการเดินของจิ้งจอกน้อย เพราะมันสามารถเดินได้ไกลเฉลี่ยวันละ 46 กม. และในบางวันสามารถเดินได้ไกลถึง 155 กม.

ดร.เอียวา ฟุกเลีย จากสถาบันวิจัยโพลาร์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุโทรทัศน์ NRK ของนอร์เวย์ว่า "เราไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองในตอนแรก เราคิดว่ามันอาจจะตายลง แล้วถูกเอาขึ้นเรือ แต่มันไม่มีเรือในแถบนั้นเลย พวกเราตะลึงมาก"

ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการบันทึกว่าสุนัขจิ้งจอกสามารถเดินทางไกลได้ขนาดนี้

Arctic Fox
คำบรรยายภาพ, ขนฟูหนาช่วยปกป้องจิ้งจอกหิมะจากสภาพอากาศหฤโหดในขั้วโลกเหนือ

งานวิจัยครั้งนี้มีขึ้นเพื่อติดตามว่าสุนัขจิ้งจอกรับมืออย่างไรกับฤดูกาลต่าง ๆ ในแถบขั้วโลกที่มีความแตกต่างกันมาก

"มันมีอาหารเพียงพอในฤดูร้อน แต่อาหารหายากในฤดูหนาว นี่จึงเป็นช่วงที่จิ้งจอกหิมะอพยพไปยังพื้นที่อื่นเพื่อหาอาหารยังชีพ แต่จิ้งจอกตัวนี้เดินทางไกลกว่าตัวอื่น ๆ ที่เราเฝ้าติดตามมามาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้" ดร.ฟุกเลีย กล่าว

สถาบันวิจัยโพลาร์ ได้ทำแผนภาพที่แสดงให้เห็นว่า จิ้งจอกน้อยตัวนี้หยุดพัก 2 ครั้งระหว่างเดินทางบริเวณตอนเหนือของกรีนแลนด์

นักวิทยาศาสตร์คิดว่ามันอาจนอนขดตัวอยู่ในหิมะเพื่อรอให้สภาพอากาศเลวร้ายได้ผ่านพ้นไป หรือไม่ก็อาจเจอแหล่งอาหาร เช่น นกทะเลในแหล่งน้ำเปิดแถบนั้น

ผืนน้ำแข็งที่ลดลง

สถาบันวิจัยโพลาร์ ระบุว่า อุปกรณ์ส่งสัญญาณของจิ้งจอกน้อยหยุดทำงานลงในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้เราไม่อาจทราบความเคลื่อนไหวของมันในแคนาดา

ดร.ฟุกเลีย บอกว่า จิ้งจอกน้อยจะต้องปรับเปลี่ยนเรื่องอาหารการกินเมื่ออยู่ที่เกาะเอลสเมียร์ ของแคนาดา เพราะหมาจิ้งจอกส่วนใหญ่ที่นั่นล่าหนูเลมมิงเป็นอาหาร ไม่ใช่สัตว์ทะเลแบบที่หมู่เกาะสวาลบาร์ด

Two curious young Arctic foxes - white fox - polar fox - snow fox meeting reindeer on the tundra in summer.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กวางเรนเดียร์จะเป็นแหล่งอาหารที่ช่วยต่อชีวิตของเหล่าจิ้งจอกหิมะ

นอกจากนี้ ปัญหาผืนน้ำแข็งที่ลดลงในแถบขั้วโลกเหนือจะส่งผลกระทบต่อจิ้งจอกหิมะ เพราะจะทำให้พวกมันไม่สามารถข้ามผืนน้ำแข็งจากสวาลบาร์ดไปยังกรีนแลนด์ได้อีกต่อไป ซึ่งนั่นจะทำให้ประชากรจิ้งจอกหิมะในสวาลบาร์ดต้องถูกตัดขาดจากประชากรจิ้งจอกหิมะที่อื่นอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม ดร.ฟุกเลีย กล่าวกับสถานีวิทยุโทรทัศน์ NRK ว่ายังคงมีความหวังอยู่บ้าง เพราะ "อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้มีประชากรกวางเรนเดียร์ในสวาลบาร์ดเพิ่มขึ้น ซึ่งจิ้งจอกสามารถดำรงชีพได้ด้วยซากของกวางพวกนี้"

ทั้งนี้ จิ้งจอกหิมะ มีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกัน เช่น จิ้งจอกอาร์กติก หรือจิ้งจอกขั้วโลก เป็นหมาจิ้งจอกขนาดเล็ก อาศัยอยู่ทั่วไปในเขตชายฝั่งมหาสมุทรอาร์กติก ตลอดจนเขตทุนดราที่เต็มไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง พวกมันมีขนสีขาวเพื่อให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมช่วยให้ล่าเหยื่อได้ง่าย และช่วยพรางตัวจากศัตรู แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ พวกมันจะผลัดขนสีขาว และมีขนสีเทาอมน้ำตาลขึ้นมาแทน