ดาวหางคล้ายยานอวกาศในหนัง “สตาร์วอร์” กำลังมาเยือนโลก

ที่มาของภาพ, COMET CHASERS / REUTERS / INSIDER
ดาวหาง 12P / Pons-Brook ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่เท่าเมืองขนาดกลาง ทั้งยังมีรูปทรงประหลาดคล้ายเกือกม้าหรือแมงดาทะเล กำลังมุ่งตรงมาในเส้นทางที่จะเฉียดเข้าใกล้โลกและดวงอาทิตย์ในปีหน้า
เหล่านักดาราศาสตร์ระบุว่า ดาวหางนี้ซึ่งดูไปแล้วเหมือนกับยาน “มิลเลนเนียม ฟอลคอน” (Millennium Falcon) ในภาพยนตร์เรื่องสตาร์วอร์ มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ที่ยาวนานถึง 71 ปี ทำให้เรามีโอกาสพบเห็นมันได้เพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น ซึ่งดาวหางประหลาดดังกล่าวจะเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดด้วยระยะห่าง 232 ล้านกิโลเมตร ในวันที่ 2 มิ.ย. 2024
ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติในโครงการ “นักล่าดาวหาง” (Comet Chasers) สังเกตเห็น 12P / Pons-Brook สุกสว่างขึ้นกว่าเดิมถึง 100 เท่า ในวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากใจกลางหรือนิวเคลียสของดาวหางได้แตกระเบิดออกบางส่วน ปลดปล่อยไอพ่นสองลำที่เป็นก๊าซปนกับผลึกน้ำแข็งออกสู่ห้วงอวกาศ ทำให้กลุ่มก๊าซที่ห่อหุ้มนิวเคลียสเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 กิโลเมตรและส่วนหาง ขยายยาวขึ้นเป็น 230,000 กิโลเมตร และมีความสว่างไสวจนชาวโลกอาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในปีหน้า

ที่มาของภาพ, COMET CHASERS / FAULKES TELESCOPE PROJECT
ดร.ริชาร์ด ไมล์ส ผู้เชี่ยวชาญเรื่องดาวหางจากสมาคมดาราศาสตร์อังกฤษ (BAA) สันนิษฐานว่าดาวหางนี้อาจมี “ภูเขาไฟน้ำแข็ง” (ice volcano) ซึ่งยังเกิดการปะทุ “แมกมาเยือกแข็ง” (cryomagma) ที่เย็นเฉียบ ซึ่งพ่นเอาก๊าซ ของเหลว และชิ้นส่วนผลึกน้ำแข็งออกมาจากนิวเคลียส อันเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่พบเห็นได้ยาก
การค้นพบของเหลวบนดาวหาง 12P / Pons-Brook ช่วยยืนยันสมมติฐานที่เชื่อว่า ในอดีตดาวหางได้นำพาน้ำมาสู่โลก ทั้งยังช่วยแพร่เมล็ดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในรูปของสารอินทรีย์ที่ตกลงบนพื้นโลกอีกด้วย
ดร.เอ็ดเวิร์ด โกเมซ จากหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ Las Cumbres Observatory ในเมืองคาร์ดิฟฟ์ของสหราชอาณาจักร บอกว่าดาวหางนั้นมาจากกลุ่มเมฆออร์ต (Oort cloud) ที่ตรงขอบนอกของระบบสุริยะ โดยเป็นซากของสิ่งที่หลงเหลืออยู่หลังระบบสุริยะถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 4,500 ล้านปีก่อน ทำให้การศึกษาดาวหางนั้นเท่ากับย้อนมองอดีตไปสู่ห้วงเวลาที่ดวงดาวต่าง ๆ และโลกของเราเพิ่งเริ่มก่อตัวขึ้น



























