เครื่องชนอนุภาคอันใหม่สามารถจุดกระแสการปฏิวัติทางฟิสิกส์อย่างไร

Atlas detector

ที่มาของภาพ, Kate Stephens/BBC News

คำบรรยายภาพ, หน่วยทดลองแอตลาส (ATLAS) มีขนาดเทียบเท่าเรือบรรทุกน้ำมัน และมันเคยถูกใช้ตรวจหาอนุภาคที่เล็กที่สุดในเอกภพ
    • Author, พัลลับ โกช และ เคท สตีเฟนส์
    • Role, บีบีซีนิวส์ และเซิร์น สวิตเซอร์แลนด์

นักวิจัยประจำเครื่องเร่งอนุภาคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ ได้ยื่นแผนก่อสร้างเครื่องชนอนุภาคอันใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก โดยมีเป้าหมายเพื่อการค้นพบอนุภาคใหม่ ๆ ที่อาจจะนำไปสู่การปฏิวัติวงการฟิสิกส์ และความเข้าใจที่สมบูรณ์มากขึ้นว่า เอกภพทำงานอย่างไร

หากโครงการนี้ได้รับการอนุมัติ มันจะมีขนาดเป็น 3 เท่าของเครื่องเร่งอนุภาคขนาดยักษ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยมูลค่าการก่อสร้างเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 17,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 765,000 ล้านบาท

เงินจำนวนนี้จะได้มาจากชาติสมาชิกองค์การเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรปหรือเซิร์น (CERN) รวมถึงสหราชอาณาจักร โดยผู้เชี่ยวชาญบางคนตั้งคำถามว่า มันสมเหตุสมผลในทางเศรษฐกิจหรือไม่ โดยอธิบายว่า ค่าใช้จ่ายดังกล่าวว่า "สุรุ่ยสุร่าย" หรือไม่

ในปี 2012 การตรวจหาอนุภาคใหม่ที่เรียก ฮิกส์โบซอน คือความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สุดของเครื่องชนอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่ หรือ แอลเอชซี (Large Hadron Collider-LHC) แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา ความทะเยอทะยานตามหา 2 จอกศักดิ์สิทธิ์ของฟิสิกส์อย่างสสารมืดและพลังงานมืด ก็ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องเข้าใจยาก และนักวิจัยบางคนเชื่อว่า มีทางเลือกที่ถูกกว่านี้

เครื่องชนอนุภาคอันใหม่ที่มีแผนจะสร้างขึ้นนี้มีชื่อว่า "เครื่องชนอนุภาควงกลมแห่งอนาคต" หรือ เอฟซีซี (the Future Circular Collider-FCC) ด้านศาสตราจารย์ฟาบิโอลา จิอาโนตติ ผู้อำนวยการของเซิร์นบอกกับบีบีซีว่า หากโครงการนี้ได้รับการอนุมัติ มันจะเป็น “เครื่องจักรอันงดงาม”

“มันจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษยชาติพบกับก้าวย่างครั้งยิ่งใหญ่ในการหาคำตอบที่เป็นรากฐานสำคัญของฟิสิกส์ที่เกี่ยวกับองค์ความรู้เกี่ยวกับเอกภพของเรา และการกระทำเช่นนั้น จะทำให้เราต้องการเครื่องมืออันทรงพลังมากกว่าเดิม” ผอ.ของเซิร์น กล่าว

พัลลับ โกช และ เคท สตีเฟนส์ ผู้สื่อข่าวของบีบีซีได้มีโอกาสเข้าไปภายในเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อค้นหาว่าทำไมนักวิทยาศาสตร์ถึงต้องการเครื่องที่ใหญ่กว่านี้

สำหรับโครงการเซิร์น ตั้งอยู่บนชายแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส ใกล้กับนครเจนีวา

เครื่องชนอนุภาคแอลเอชซีประกอบด้วยอุโมงค์ใต้ดินที่มีเส้นรอบวงกว้าง 27 กิโลเมตร มันจะเร่งข้างในอนุภาค (แฮดรอน) ทั้งตามทิศทางตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกา ให้มีความเร็วใกล้เคียงกับความเร็วแสง จนพวกมันชนกันอย่างแรงซึ่งแรงกว่าเครื่องชนอนุภาคเครื่องอื่น ๆ ในโลกจะทำได้

สิ่งที่เล็กอนุภาคย่อยของอะตอมซึ่งหลงเหลือจากการชนกัน จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่า อะตอมทำมาจากอะไรและพวกมันมีปฏิกิริยาสัมพันธ์กันอย่างไร

การต่อยอดการค้นพบซึ่งปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์

ย้อนกลับไปยังการตรวจจับอนุภาคฮิกส์โบซอนด้วยเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่เมื่อกว่า 10 ปีก่อน ถือเป็นการค้นพบครั้งใหม่

ในปี 1964 ปีเตอร์ ฮิกส์ นักฟิสิกส์ชาวสกอตแลนด์ ได้ทำนายการมีอยู่ของโครงสร้างที่ทำให้เกิดอนุภาคอื่น ๆ ในเอกภพ แต่มันเพิ่งถูกค้นพบโดยเครื่องชนอนุภาคแอลเอชซีเมื่อปี 2012 และกลายเป็นชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของทฤษฎีเกี่ยวกับอนุภาคย่อยของอะตอมในปัจจุบันซึ่งมีชื่อว่า แบบจำลองมาตรฐาน

แผนการก่อสร้างเครื่องชนอนุภาควงกลมแห่งอนาคตอันใหม่นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกจะเริ่มต้นขึ้นช่วงกลางทศวรรษ 2040 ก่อนจะต่อเครื่องเร่งอนุภาคเข้าด้วยกัน ด้วยความหวังว่ามันจะช่วยเพิ่มพลังงานและสร้างอนุภาคฮิกส์จำนวนมาก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาในรายละเอียดได้มากขึ้น

ส่วนระยะที่สองจะเริ่มขึ้นประมาณปีทศวรรษ 2070 แต่มันต้องอาศัยพลังแม่เหล็กที่ทรงพลังและล้ำหน้าอย่างมากเกินกว่าสิ่งที่ถูกคิดค้นในตอนนี้ แทนที่นักวิทยาศาสตร์จะใช้อิเล็กตรอนในการค้นหาอนุภาคใหม่ ด้วยวิธีใหม่จะสามารถทำให้ใช้โปรตอนที่มีน้ำหนักมากกว่าได้

เครื่องชนอนุภาคเอฟซีซีจะมีขนาดเส้นรอบวงใหญ่เกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับเครื่อง LHC จะมีความสูง 91 กิโลเมตรและอยู่ลึกลงไปในใต้ดินอีก 2 เท่า สำหรับเหตุผลที่ต้องอยู่ลึกกว่าเดิมก็เพื่อป้องกันไม่ให้รังสีเข้มข้นที่เกิดจากพลังงานมหาศาล สามารถทะลุขึ้นมาบนชั้นพื้นผิวได้

Graphic showing the location of the two colliders and the relative size and depths of the two with the LHC 80m deep and about 27km long and the FCC about 200m deep and 90km long
คำบรรยายภาพ, กราฟิกแสดงตำแหน่งของเครื่องเร่งอนุภาค 2 อัน โดยเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีมีความลึก 80 ม. ยาว 24 กม. และเครื่องเร่งอนุภาคเอฟซีซีลึกประมาณ 200 ม. และยาว 90 กม.

ทำไมพวกเขาจึงต้องการเครื่องเร่งอนุภาคแฮดรอนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ?

เหตุผล คือ เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี ซึ่งมูลค่าในการก่อสร้างราว 3.75 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 168,750 ล้านบาท) ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2008 ยังไม่สามารถหาอนุภาคที่ช่วยอธิบายว่าอีก 95% ของอวกาศคืออะไร

นักวิทยาศาสตร์ยังพยายามค้นหาสิ่งลึกลับขนาดใหญ่ 2 อย่าง อันแรกคือแรงที่เรียกว่า “พลังงานมืด” ซึ่งทำหน้าที่ตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงและขับดันวัตถุในเอกภพ เช่น ดาราจักรให้แยกออกจากกัน และอีกสิ่งหนึ่งคือ “สสารมืด” ซึ่งไม่สามารถตรวจจับได้ แต่สามารถรับรู้การมีอยู่ของมันผ่านแรงโน้มถ่วง

“เรายังคงไม่สามารถหาสิ่งที่ยิ่งใหญ่สิ่งนั้นเจอในตอนนี้” ศาสตราจารย์จิโอโนตติบอกกับเรา

เธอบอกว่า จำเป็นต้องมีเครื่องชนอนุภาคเอฟซีซี เพราะการค้นพบอนุภาคมืดเหล่านี้จะนำไปสู่ทฤษฎีใหม่ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นว่าเอกภพทำงานอย่างไร

Graphic illustrating the distribution of matter in the Universe - 26% dark matter, 69% dark energy and 5% normal matter
คำบรรยายภาพ, กราฟิกแสดงส่วนประกอบของสสารในเอกภพ ประกอบด้วย สสารมืด 26%, พลังงานมืด 69% และ สสารปกติ 5%

มากกว่า 20 ปีที่นักวิจัยจำนวนมากจากเซิร์นทำนายว่า เครื่องชนอนุภาคแอลเอชซีจะสามารถหาอนุภาคลึกลับได้ แต่ปรากฏว่า มันยังคงหาไม่เจอ

ในบรรดานักวิพากษ์อย่าง ดร.ซาบีน ฮอสเซนเฟลเดอร์ จากสถาบันการศึกษาขั้นสูงแห่งแฟรงเฟิร์ต บอกว่า ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่า เครื่องเร่งอนุภาคอันใหม่จะประสบความสำเร็จ

“ฟิสิกส์อนุภาคคือพื้นที่การวิจัยที่มีขนาดใหญ่มากและได้รับทุนสนับสนุนมาด้วยดีตลอดด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ โดยแตกแขนงมาจากฟิสิกส์นิวเคลียร์ แต่มันควรถูกลดขนาดลงให้เหมาะสม อาจเหลือเพียง 1 ใน 10 จากขนาดปัจจุบัน” เธอกล่าว

ศาสตราจารย์ เซอร์ เดวิด คิง อดีตหัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหราชอาณาจักรบอกกับบีบีซีว่า เขาเชื่อว่าการใช้เงิน 1.7 หมื่นล้านปอนด์ (ประมาณ 765,000 ล้านบาท) ในโครงการนี้จะเป็น “เรื่องสุรุ่ยสุร่าย”

“เมื่อโลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากสภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ มันจะไม่ฉลาดกว่านี้หรือ หากส่งเงินทุนงานวิจัยเหล่านี้ไปสู่ความพยายามสำหรับการสร้างอนาคตที่จัดการได้ ?”

Tunnel at the LHC

ที่มาของภาพ, ADAM HART-DAVIS/SCIENCE PHOTO LIBRARY

คำบรรยายภาพ, ลำแสงของอนุภาคจะถูกเร่งภายในท่อสีน้ำเงินที่วางพาดอยู่ใต้พรมแดนประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์

นอกจากนี้ ยังมีการถกเถียงระหว่างเหล่านักฟิสิกส์อนุภาคว่า เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ คือตัวเลือกที่ดีที่สุดหรือไม่

ศาสตราจารย์ไอดัน ร็อบสัน จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ บอกกับบีบีซีว่า เครื่องเร่งอนุภาคที่สร้างขึ้นเป็นเส้นตรงจะมีราคาถูกกว่า

“มันมีข้อได้เปรียบอยู่ 3 ประการ ประการแรกคือ เครื่องแบบเส้นตรงสามารถสร้างได้ขึ้นเป็นขั้นเป็นตอน ประการที่สอง คือ ลักษณะต้นทุนการก่อสร้างค่อนข้างจะแตกต่างกันมาก ดังนั้น ในระยะแรกอาจจะใช้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าระยะถัดไป ส่วนประการที่สาม อุโมงค์มีความยาวสั้นกว่า ทำให้สร้างสำเร็จได้เร็วกว่า” เขาบอก

แต่เครื่องเร่งอนุภาคเอฟซีซีดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่เซิร์นต้องการ และอยู่ในขั้นตอนการประเมินท่าทีต่อแผนดังกล่าวจากชาติสมาชิก 70 ประเทศ ซึ่งชาติสมาชิกทั้งหมดต้องออกค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องเร่งอนุภาคขนาดยักษ์อันใหม่นี้