แอปเปิลลบแอปฯ ทำภาพอนาจารโป๊เปลือยออกจากแอปสโตร์ หลังบีบีซีเปิดโปง

คำบรรยายภาพ, รูปภาพที่ถูกสร้างโดยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ แสดงภาพของผู้หญิงถูก "ถอดเสื้อผ้า" บนโฆษณาของแอปฯ
    • Author, โจ ไทดี
    • Role, ผู้สื่อข่าวไซเบอร์ บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
  • เวลาอ่าน: 2 นาที

แอปเปิล (Apple) ลบแอปพลิเคชันจำนวนหนึ่งออกจากแอปสโตร์ หลังจากรายงานข่าวสืบสวนของบีบีซี พบว่าแอปฯ เหล่านี้โฆษณาบนติ๊กตอก (TikTok) ว่าเป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างภาพ "ถอดเสื้อผ้า" ด้วยเทคโนโลยีดีพเฟค (Deepfake) โดยไม่ได้รับการยินยอม

แอปพลิเคชัน "ถอดเสื้อผ้า" หรือ "ทำภาพโป๊เปลือย" จะลบเสื้อผ้าของบุคคลในรูป เพื่อสร้างภาพหรือวิดีโออนาจาร

หน้าแอปสโตร์ (Appstore) อย่างเป็นทางการและเว็บไซต์สำหรับแอปฯ เหล่านี้ระบุว่า เป็นเครื่องมือสำหรับ "เพิ่มสีสันให้กับเซลฟี่"

อย่างไรก็ตาม บนแพลตฟอร์มติ๊กตอก บริษัทแอปฯ ดังกล่าวใช้โฆษณาแบบจ่ายเงินเพื่อโปรโมตว่าแอปฯ เป็นวิธีการทำภาพยั่วยวนทางเพศของผู้หญิงโดยที่ไม่ได้รับการอนุญาต

ผู้ใช้งานติ๊กตอกถูกเชิญชวนให้ดาวน์โหลดแอปฯ เหล่านี้เพื่อ "รับภาพที่ร้อนแรงที่สุดของคนที่คุณแอบชอบ" หนึ่งในโฆษณาได้โอ้อวดว่าตัวแอปฯ สามารถ "ทำให้ใคร ๆ ก็ถอดเสื้อผ้าได้" ขณะที่โฆษณาอีกตัวอ้างว่า สามารถ "ทำให้ใคร ๆ ก็อยู่ในชุดบิกินีได้"

บีบีซีไม่เปิดเผยชื่อของแอปฯ เหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงการโฆษณา การสร้างภาพอนาจารของบุคคลใดขึ้นมาโดยไม่ได้รับความยินยอมอาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายในบางประเทศ รวมถึงในสหราชอาณาจักรด้วย

แอปพลิเคชัน "ทำภาพโป๊เปลือย" เป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก โดยมีเรื่องอื้อฉาวโด่งดังเกิดขึ้นในประเทศสเปน เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา และพบว่ากลุ่มนักเรียนหญิงตกเป็นเหยื่อของการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว โดยในบางกรณี เหยื่อถูกแบล็กเมล์โดยใช้ภาพปลอม

คำบรรยายภาพ, แอปฯ หนึ่งได้นำเสนอแพ็กเกจการใช้งานแต่งหรือทำภาพที่สามารถเปลี่ยนรูปภาพธรรมดาให้กลายเป็นรูปภาพอนาจารได้ โดยบุคคลในภาพคาดว่าถูกสร้างขึ้นโดยเอไอ

ศาสตราจารย์อารวินด์ นารายานัน จากศูนย์นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน กล่าว บริษัทเทคโนโลยีมีหน้าที่ทางศีลธรรมในการจำกัดการแพร่กระจายของแอปฯ ทำภาพโป๊เปลือยด้วยเทคโนโลยีดีพเฟค (เทคโนโลยีสร้างภาพ/วิดีโอปลอม)

"ควรมีการกดดันเพิ่มขึ้นอีกมากเพื่อหยุดยั้งผู้คนไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีนี้" เขากล่าว พร้อมเสริมด้วยว่า ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกควรระงับแอปฯ เหล่านี้ในแอปสโตร์ และต้องแน่ใจว่าบริษัทโซเชียลมีเดียไม่สามารถ "แสวงหากำไรจากโฆษณาสำหรับแอปฯ เหล่านี้"

จากการสาธิตในโฆษณาบนติ๊กตอก คลิปวิดีโอหนึ่งใช้ภาพของลีนา เฮดดี และเมซี วิลเลียมส์ ดารานักแสดงจากซีรีย์มหาศึกชิงบัลลังก์ (Game of Thrones) เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงเหล่านี้สามารถทำให้ดูเหมือนกำลังถูกถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงชุดชั้นในได้

คำบรรยายภาพ, หนึ่งในบริษัทใช้ภาพนักแสดงจากซีรีย์เรื่องมหาศึกชิงบัลลังก์ (Game of Thrones) เพื่อแสดงวิธีการใช้แอปฯ ทำภาพอนาจาร ด้วยเทคโนโลยีเอไอ

บีบีซีพบว่ามีผู้ให้บริการแอปฯ ลักษณะนี้ 4 ราย ทำภาพอนาจารที่จ่ายเงินเพื่อโฆษณาบนติ๊กตอก ซึ่งตอนนี้พวกเขาได้ลบโฆษณาเหล่านี้ออกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม วิดีโอที่มีลักษณะคล้ายกันจากบัญชีผู้ใช้งานติ๊กตอก ซึ่งเชื่อมโยงไปยังผู้ผลิตแอปฯ เหล่านี้ยังคงหลงเหลืออยู่บนติ๊กตอก

โฆษกของติ๊กตอกกล่าวว่า โฆษณาดังกล่าวละเมิดนโยบายการแชร์วิดีโอของแพลตฟอร์มที่ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาที่ต้องจ่ายเงินในเนื้อหาที่ส่อไปในทางเพศ ทั้งนี้บริษัทไม่ได้อธิบายว่าโฆษณาดังกล่าวผ่านการตรวจสอบความเหมาะสมมาได้อย่างไร

แอปเปิลตอบสนองต่อการรายงานของบีบีซี ด้วยการลบแอปฯ ดังกล่าวออกจากแอปสโตร์ โดยระบุว่า บริษัทได้ถอดแอปฯ ดังกล่าวออกไปแล้ว 3 แอปฯ "จนกว่านักพัฒนาจะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับแอปฯ ของบริษัทเหล่านั้น"

แอปฯ ที่ 4 ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างวิดีโอเต้นรำเปลือยท่อนร่างจากรูปถ่ายของผู้หญิง "ถูกลบออก และบัญชีของนักพัฒนาแอปฯ ถูกถอดถอน"

กูเกิล เพลย์ สโตร์ (Google Play Store) กล่าวว่าบริษัทกำลังสืบสวนแอปฯ ดังกล่าวอยู่

แอปฯ ทำภาพอนาจารที่ได้รับการใช้งานมากที่สุดที่บีบีซีสืบสวนเจอถูกดาวน์โหลดไปแล้วมากกว่าหนึ่งล้านครั้งตามข้อมูลของกูเกิล เพลย์ สโตร์ ขณะที่แอปเปิล ไม่เปิดเผยตัวเลขการดาวน์โหลด

คำบรรยายภาพ, ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีเอไอทำภาพโป๊เปลือยในโฆษณาที่ถูกพบบนติ๊กตอก

แม้แอปฯ เหล่านี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีการอนุญาตให้สร้างภาพเปลือยทั้งหมด แต่ก็สามารถสร้างภาพที่มีเนื้อหาทางเพศของใครก็ได้อย่างง่ายดาย

ผู้พัฒนาแอปฯ เสนอ "แพ็กเกจ" สำเร็จรูปที่ออกแบบมาเพื่อสร้างชุดท่าทางต่าง ๆ รวมถึงท่าที่สร้างภาพผู้หญิงอ้าปากอยู่บนพื้น หรือในอ่างอาบน้ำ

บนติ๊กตอก แอปฯ นี้โฆษณาว่าเป็นช่องทางในการ "รับภาพสุดฮอตของคนที่คุณแอบชอบ"

ผู้สร้างแอปฯ ตอบกลับบีบีซีทางอีเมล โดยอ้างว่าแอปฯ ไม่ได้ตั้งใจโฆษณาว่าเป็นเครื่องมือดีพเฟคโดยปราศจากความยินยอม และจะตรวจสอบแนวทางปฏิบัติของตน