เหตุเครื่องบินรัสเซียตกคร่าชีวิตเชลยศึกยูเครนยกลำ กับคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบ

ที่มาของภาพ, REUTERS
- Author, ซาราห์ เรนส์ฟอร์ด
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงเคียฟ
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี กล่าวหารัสเซียว่า “เล่นกับชีวิตนักโทษชาวยูเครน” หลังเหตุเครื่องบินตกในพื้นที่ทางตะวันตกของรัสเซีย
ผู้นำยูเครนเรียกร้องให้ประชาคมโลกสอบสวนเรื่องนี้ หลังเครื่องบิน “อิลยูชิน อิล-76” ซึ่งบรรทุกนักโทษสงครามชาวยูเครน 65 คน พร้อมด้วยลูกเรือรัสเซีย 6 คน และผู้ติดตามอีก 3 คน ประสบเหตุตกลงในภูมิภาคเบลโกรอด ใกล้กับพรมแดนยูเครน
ภาพที่เผยแพร่ในสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นลูกไฟปะทุขึ้น ใกล้กับหมู่บ้านยาโบลโนโว ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเบลโกรอด ราว 70 กิโลเมตร ในเวลา 15.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เมื่อวานนี้ (24 ม.ค.)
รัสเซียระบุว่า ผู้โดยสารบนเครื่องบินตายยกลำ หลังกองทัพยูเครนยิงโจมตีเครื่องบินจนตก โดยชี้แจงว่า นักโทษชาวยูเครนเหล่านั้นอยู่ระหว่างเดินทางไปเพื่อการแลกเปลี่ยนนักโทษ
ด้านหน่วยข่าวกรองยูเครนระบุว่า ไม่ได้รับแจ้งข้อมูลใด ๆ ว่าต้องเปิดน่านฟ้าให้ปลอดภัย เหมือนการแลกเปลี่ยนนักโทษครั้งก่อน ๆ กับรัสเซีย
“คนรัสเซียกำลังเล่นกับชีวิตนักโทษชาวยูเครน เล่นกับความรู้สึกของญาติมิตร และความรู้สึกของสังคมของเรา” เซเลนสกี กล่าวในแถลงการณ์
กลายเป็นว่า สงครามหน้าฉากก็ยังคงดำเนินอยู่ ส่วนในโลกข่าวสาร ก็มีสงครามข้อมูล กลายเป็นกำลังเกิดสมรภูมิสองมิติที่เกิดขึ้นจากเหตุเครื่องบินตกที่ทั่วโลกให้ความสนใจ

ซาราห์ เรนส์ฟอร์ด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงเคียฟในยูเครน ชี้ว่า การจะเสาะหาข้อเท็จจริงจากกรณีนี้ถือว่ายากมาก ไม่เพียงในสภาวะสงครามเช่นนี้ แต่เพราะรัสเซียมีประวัติการโกหกและบิดเบือนข้อมูล
ไม่ว่าจะกรณีการยิงเครื่องบินโดยสาร MH-17 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ และการวางยาพิษลอบสังหารอดีตสายลับรัสเซียในเมืองซอลส์บรีของสหราชอาณาจักร ไม่นับอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
แม้แต่การรุกรานยูเครน ก็กระทำบนความชอบธรรมที่อาจมองได้ว่าเป็นคำโกหก นั่นคือ รัสเซียอ้างว่า ระบอบ “นาซี” กำลังทำอันตรายต่อประชาชนที่พูดภาษารัสเซีย จนสุ่มเสี่ยงเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”
แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้หมายความว่า คำทุกคำที่ออกมาจากปากกระทรวงกลาโหมรัสเซีย, นักการเมืองรัสเซีย และสื่อรัสเซีย ไม่เป็นความจริงทั้งหมด แต่สื่อมวลชน จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะนำข้อมูลไปเผยแพร่
มาถึงเหตุเครื่องบินลำเลียงทางทหารตก ที่ปรากฏเป็นข่าวครั้งแรกผ่านสำนักข่าวของรัฐบาลรัสเซีย ที่รายงานอ้างอิงคำกล่าวของกระทรวงกลาโหม ที่อ้างว่า นักโทษสงคราม หรือเชลยสงครามชาวยูเครนหลายสิบคนโดยสารอยู่บนเครื่องบินดังกล่าว เพื่อเดินทางไปแลกเปลี่ยนตัวนักโทษ
จนถึงตอนนี้ รัฐบาลยูเครนก็ยังไม่ยืนยันข้อมูลดังกล่าว ส่วนรัสเซีย ก็ไม่ได้แสดงหลักฐานอะไรเพื่อพิสูจน์คำกล่าวอ้างดังกล่าวว่าเป็นจริง

แต่พอข่าวออกมาได้ไม่นาน อันเดร คาร์ตาโปลอฟ สส.ชาวรัสเซียออกมาชี้แจงทันทีว่า ยูเครนอาจใช้ขีปนาวุธแพทริออต โจมตีเครื่องบินลำเลียงลำดังกล่าว นั่นหมายความว่า อาวุธที่ชาติตะวันตกส่งมอบให้ยูเครน ถูกใช้เป็นอาวุธสังหารคนยูเครนด้วยกันเอง ถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง ที่จนถึงตอนนี้ ก็ไม่มีหลักฐานใด ๆ ปรากฏ
แต่วาทกรรมดังกล่าว ก่อให้เกิดข้อถกเถียงไปทั่วโลก และยูเครน ก็ยังไม่แสดงความเห็นใด ๆ ต่อประเด็นนี้
ซาราห์ เรนส์ฟอร์ด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงเคียฟ เล่าต่อว่า ตอนนี้ ในขณะที่ฝ่ายยูเครนเงียบเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เครื่องจักรปฏิบัติการข่าวสารของรัสเซีย กำลังทำงานเต็มที่
ในกรุงเคียฟ ทีมข่าวบีบีซีเริ่มได้ยินข่าวลือว่า เป็นความจริงที่จะมีการแลกเปลี่ยนนักโทษเกิดขึ้น ซึ่งแหล่งข่าวของบีบีซีก็ยืนยัน แต่กลับไม่มีคนใดในรัฐบาลยูเครนที่ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ
แหล่งข่าวทุกคนที่ เรนส์ฟอร์ด ติดต่อไป บอกว่า “ยังบอกตอนนี้ไม่ได้” หรือ “เรากำลังตรวจสอบข้อมูล” หรือ “ให้รอก่อน”
แต่ระหว่างนั้น ก็เกิดทฤษฎีต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการกล่าวอ้างว่า ยูเครนสังหารทหารของตนเองโดยเจตนา ซึ่งเป็นตรรกะที่บิดเบี้ยวมาก ทั้งนี้ ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ว่า ยูเครนอาจทำผิดพลาดครั้งร้ายแรง และเป็นข้อเท็จจริงว่า เครื่องบินตกจริง และยูเครนมีศักยภาพจะยิงโจมตีเครื่องบินรัสเซียได้
ในช่วงหลังเกิดข่าวนี้ สำนักข่าวยูเครนสกา ปราฟดา (Ukrainska Pravda) ในยูเครน รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวในกองทัพยูเครนว่า นี่เป็น “ผลงานของพวกเขา” ที่ยิงโจมตีเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งกำลังบรรทุกขีปนาวุธ เอส 300 ของรัสเซีย และถือเป็นความสำเร็จ แต่ต่อมา ก็มีการปรับแก้ข้อมูลว่า แหล่งข่าวดังกล่าวไม่ได้รับการยืนยันว่า อยู่ในกองทัพยูเครนจริงหรือไม่
จนกระทั่ง มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ จากเสนาธิการทหาร และหน่วยข่าวกรองยูเครน ที่ยอมรับว่า ยูเครนอาจได้ยิงโจมตีเครื่องบินลำดังกล่าวตก แต่ก็ไม่ได้ออกมายอมรับตรง ๆ
รัฐบาลยูเครนย้ำว่า ไม่มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือว่า ผู้โดยสารบนเครื่องบินรัสเซียคือใคร แต่ก็ยอมรับว่า มีแผนจะแลกเปลี่ยนนักโทษในวันที่ 24 ม.ค. จริง ซึ่งท้ายสุด การแลกเปลี่ยนนักโทษกับรัสเซียก็ไม่เกิดขึ้น
รัฐบาลยูเครนยังระบุว่า ปกติแล้ว รัสเซียจะส่งมอบข้อมูลเส้นทางการขนย้ายเชลยสงคราม และลักษณะของเครื่องบิน/พาหนะลำเลียง เพื่อให้มั่นใจว่า จะเดินทางมายังจุดแลกเปลี่ยนเชลยศึกได้อย่างปลอดภัย แต่ครั้งนี้ เสนาธิการยูเครนระบุว่า รัสเซียไม่ได้ส่งมอบข้อมูลเหล่านี้เลย ซึ่งแถลงการณ์นี้ เสมือนเป็นการชี้ถึงความชอบธรรมของยูเครนในการยิงโจมตีเครื่องบินทหารรัสเซีย
ไม่เพียงเท่านั้น กองทัพรัสเซียได้เพิ่มการยิงขีปนาวุธจากเมืองเบลโกรอด โดยเฉพาะการยิงโจมตีเมืองคาร์คิฟ ทำให้พลเรือนหลายสิบคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งเครื่องบินลำเลียงแบบเดียวกับที่ตกนั้น ก็เป็นเครื่องบินที่รัสเซียใช้ลำเลียงขีปนาวุธสำหรับการยิงโจมตียูเครนข้ามพรมแดนด้วย
ผ่านไปหนึ่งวันหลังเหตุเครื่องบินตก เกิดการกล่าวอ้าง และเบาะแสมากมาย แต่ยังมีคำถามอีกมากที่ยังไม่มีคำตอบ บีบีซีเองก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า มีใครโดยสารบนเครื่องบินรัสเซียลำที่ตกบ้าง แต่หากมีเชลยศึกยูเครนอยู่บนเครื่องจริง รัฐบาลรัสเซียจะต้องเปิดเผยหลักฐานในที่สุด และทางยูเครนเองก็ต้อบให้คำตอบ
เพราะมีชาวยูเครนหลายพันครอบครัว ที่มีญาติของพวกเขาตกเป็นเชลยศึกอยู่ในรัสเซีย ซึ่งกำลังวิตกกังวลและรอคอยว่า เป็นญาติของพวกเขาหรือไม่ ที่อยู่บนเครื่องบินรัสเซียลำนั้น
ข้อมูลจากศูนย์บัญชาการประสานงานว่าด้วยการปฏิบัติต่อนักโทษสงคราม ระบุว่า มีชาวยูเครน ทั้งที่เป็นทหารและพลเรือน มากกว่า 8,000 คน ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในรัสเซีย และมีอีกหลายหมื่นคนที่ยังสูญหาย
































