พบสัญญาณเตือนภัย ต้นไม้ 1 ใน 3 ทั่วโลกกำลังจะสูญพันธุ์

Salvamontes Colombia

ที่มาของภาพ, Salvamontes Colombia

คำบรรยายภาพ, ดอกไม้สีเหลืองของต้นแมกโนเลีย หนึ่งในพันธุ์ไม้ที่หายากที่สุดในโคลอมเบีย
เวลาอ่าน: 2 นาที

นักวิทยาศาสตร์ประเมินสัญญาณอันตรายที่อาจเกิดกับต้นไม้ทั่วโลก โดยพบว่าต้นไม้มากกว่า 1 ใน 3 กำลังเผชิญกับการสูญพันธุ์ในป่า

จากการเปิดเผยบัญชีรายชื่อสัตว์เสียงสูญพันธุ์ครั้งล่าสุด หรือบัญชีแดงของชนิดพันธุ์สัตว์ที่ถูกคุกคามขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature --IUCN) พบว่า ในปัจจุบันจำนวนต้นไม้ที่ถูกคุกคามมีมากกว่านก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่ถูกคุกคามทั้งหมดรวมกัน

ข่าวดังกล่าวนี้เผยแพร่ที่เมืองกาลี ประเทศโคลอมเบีย ซึ่งผู้นำโลกเข้าร่วมประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 16 หรือ COP 16 เพื่อประเมินความคืบหน้าเกี่ยวกับแผนกู้คืนธรรมชาติครั้งสำคัญ

ต้นไม้มีความสำคัญต่อชีวิต มันช่วยฟอกอากาศและดูดซับก๊าซคาร์บอน รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยของนก แมลง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นับพันชนิด

นักวิทยาศาสตร์กว่า 1,000 คน ได้เข้าร่วมประเมินสถานะการอนุรักษ์ต้นไม้ ซึ่งมีการรวบรวมโดยองค์กรการกุศลเพื่อการอนุรักษ์พืช, สถาบันอนุรักษ์สวนพฤกษศาสตร์นานาชาติ (Botanic Gardens Conservation International-BGCI) และสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)

เอมิลี บีช จากสถาบันอนุรักษ์สวนพฤกษศาสตร์นานาชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันต้นไม้ทั่วโลก 38% ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

“ต้นไม้ถูกคุกคามอย่างหนักทั่วโลก แต่ตอนนี้เรามีเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อทำให้แน่ใจว่า เราจะให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ในระดับพื้นที่เป็นอันดับแรก” เธอกล่าว

ต้นไม้พันธุ์ต่าง ๆ กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงใน 192 ประเทศ โดยภัยคุกคามอันดับหนึ่งคือ การถางป่าเพื่อทำการเกษตรและการตัดไม้ และในภูมิภาคที่มีอากาศอบอุ่น ก็มีแมลงและโรคพืชที่คุกคามต้นไม้อีกด้วย

ต้นไม้ที่รู้จักกันดีเช่น ต้นแมกโนเลีย ถือเป็นต้นไม้ที่ถูกคุกคามมากที่สุด ขณะที่ต้นโอ๊ค เมเปิ้ล และไม้มะเกลือ ก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน

ต้นหางลิง (monkey puzzle) หรือ สนชิลี กำลังใกล้สูญพันธุ์ในแหล่งดั้งเดิมทั่วอเมริกาใต้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ต้นหางลิง (monkey puzzle) หรือ สนชิลี กำลังใกล้สูญพันธุ์ในแหล่งดั้งเดิมทั่วอเมริกาใต้

นักวิทยาศาสตร์ที่สวนพฤกษศาสตร์คิว (Kew) ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร กำลังทำภารกิจเพื่ออนุรักษ์ต้นไม้ทั่วโลกด้วยการเก็บเมล็ดพันธุ์และปลูกต้นไม้ตัวอย่างในสวนพฤกษศาสตร์

สตีเวน บักแมน นักวิจัยด้านการอนุรักษ์กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นเรื่อง “น่าตกใจ” เนื่องจากมีผลกระทบต่อพืชและสัตว์อื่น ๆ อีกหลายชนิดที่ต้องพึ่งพาต้นไม้

“ขณะนี้เราอยู่ในวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ” เขากล่าว “ต้นไม้หลายสายพันธุ์ทั่วโลกเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แมลง และเชื้อราสายพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมาย”

“หากเราสูญเสียต้นไม้ไป เราก็จะสูญเสียสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่น ๆ ไปด้วย”

นอกจากต้นไม้แล้ว การเปิดบัญชีรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่มีการปรับปรุงใหม่บัญชีล่าสุด ยังนำข่าวร้ายมาสู่พืชและสัตว์ชนิดอื่น ๆ

เม่น ( Erinaceus europaeus ) กำลังเข้าใกล้การสูญพันธุ์อีกก้าวหนึ่ง เนื่องจากประชากรเม่นในพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรป รวมถึงสหราชอาณาจักร ลดจำนวนลง

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ผู้คนชื่นชอบกำลังสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ เนื่องจากการขยายตัวของการทำเกษตรกรรมและการพัฒนาที่ดิน

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการอยู่รอดของนกอพยพ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะอพยพไปยังพื้นที่ตามแนวชายฝั่งและปากแม่น้ำอันกว้างใหญ่ของอังกฤษ

นกชายฝั่ง 4 ชนิด ในสหราชอาณาจักร ได้แก่ นกหัวโตสีเทา นกชายเลนท้องดำ นกพลิกหิน และนกชายเลนปากโค้ง กำลังตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นในบัญชีของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, เม่นกำลังลดจำนวนลงเนื่องจากพื้นที่ธรรมชาติถูกทำลายเพื่อทำการเกษตร

ในการประชุม COP 16 ครั้งนี้ ผู้นำโลกเข้าร่วมประชุมเพื่อประเมินความคืบหน้าในการบรรลุคำมั่นสัญญาที่จะปกป้องผืนดิน ท้องทะเล และมหาสมุทร 30% ภายในปี 2030

การประชุมสุดยอดดังกล่าวสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 1 พ.ย. โดยมีประเด็นที่หารือกันหลายวาระ รวมถึงเงินทุนสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก และการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแผนระดับชาติเพื่อการปกป้องธรรมชาติ