"ผมคิดถึงการมาโรงเรียนมาก" เสียงเด็ก ๆ ในห้องเรียนกลับมาอีกครั้ง หลังหายไปจากกาซานาน 2 ปี

คำบรรยายภาพ, จากข้อมูลขององค์การยูนิเซฟ โรงเรียนในกาซากว่า 97% ได้รับความเสียหายหรือไม่ก็ถูกทำลายระหว่างสงคราม
    • Author, ไชมา คาลิล
    • Role, บีบีซี นิวส์, นครเยรูซาเลม
  • เวลาอ่าน: 3 นาที

เสียงเด็ก ๆ กำลังเรียนหนังสือกลับมาให้ได้ยินอีกครั้งในเมืองกาซาซิตี

ภายในเต็นท์ที่กลายเป็นห้องเรียนมีเสียงดังอื้ออึง พร้อมกับความอลหม่านเล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ครูบางคนชี้ไปที่กระดานที่เขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ บางคนเชิญชวนให้เด็ก ๆ ออกมาเขียนคำศัพท์พื้นฐานในภาษาอาหรับ

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นห่างไกลจากนิยามการเรียนในวันปกติอยู่มาก แต่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นเมื่อเกิดการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับฮามาส โดยภายหลังจากสงครามที่กินเวลานาน 2 ปี เสียงท่องบทเรียนงึมงำและเสียงพูดคุยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนก็กลับมาดังก้องซากปรักหักพังของโรงเรียนลูลวา อับเดล วะฮาบ อัล-กาตามี ในเขตเทล อัล-ฮะวา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองกาซาซิตี

โรงเรียนแห่งนี้ถูกโจมตีเมื่อเดือน ม.ค. 2024 และตลอดหลายเดือนหลังจากนั้น พื้นที่โรงเรียนถูกใช้เป็นที่พักพิงสำหรับครอบครัวที่พลัดถิ่น

วันนี้ที่นี่กลับมาเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้อีกครั้ง แม้จะอยู่ในรูปแบบที่เรียบง่ายกว่าเดิมมาก

ขณะที่เดินเป็นแถวตรง แขนเล็ก ๆ ของเด็ก ๆ แต่ละคนวางอยู่บนไหล่เพื่อนข้างหน้า พวกเขายิ้มระหว่างเดินเข้าสู่ห้องเรียนชั่วคราว

สำหรับหลาย ๆ คน นี่เป็นการกลับคืนสู่กิจวัตรและการศึกษาเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น

ข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟ ระบุว่าโรงเรียนในเมืองกาซาซิตีกว่า 97 % ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายระหว่างสงคราม โดยทางกองกำลังป้องกันอิสราเอลหรือไอดีเอฟ (IDF) อ้างซ้ำ ๆ ว่าฮามาสใช้โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึงโรงเรียน ในการปฏิบัติการต่าง ๆ แต่แทบไม่เคยแสดงหลักฐานที่ชัดเจน

เด็กวัยเรียนจำนวน 658,000 คนในฉนวนกาซา ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการศึกษาในระบบมานานเกือบ 2 ปีแล้ว

ตลอดช่วงเวลานั้น เด็กจำนวนมากได้เรียนรู้ด้วยตัวเองว่าความหิวโหย การพลัดถิ่น และความตาย สามารถกำหนดชีวิตวัยเยาว์ของพวกเขาได้อย่างไร และตอนนี้สิ่งที่หาได้ยากกำลังปรากฏขึ้น นั่นคือภาพอันเลือนลางของชีวิตวัยเด็กแสนเปราะบางที่พวกเขาเคยมี

คำบรรยายภาพ, สำหรับเด็กหลายคนในโรงเรียนแห่งนี้ นี่เป็นการกลับคืนสู่การศึกษาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น

นาอีม อัล–อัสมาอาร์ วัย 14 ปี เคยเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้มาก่อนที่โรงเรียนจะถูกทำลาย เขาสูญเสียแม่ไปจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในช่วงสงคราม

"มันเป็นเรื่องที่หนักที่สุดในชีวิตผม" เขากล่าวเบา ๆ

แม้เขาจะต้องพลัดถิ่นเป็นเวลาหลายเดือน แต่บ้านของนาอีมในเมืองกาซาซิตีก็รอดพ้นจากการถูกทำลาย เขาจึงกลับมาที่นี่พร้อมครอบครัว เมื่อมีการหยุดยิง

"ผมคิดถึงการมาโรงเรียนมาก" นาอีมบอก พร้อมกับเสริมว่าเห็นความเปลี่ยนได้อย่างชัดเจน

"ก่อนสงคราม โรงเรียนคือห้องเรียนจริง ๆ ตอนนี้มันเป็นเต็นท์ เราเรียนแค่ 4 วิชา พื้นที่ก็ไม่พอ การศึกษาไม่เหมือนเดิม แต่การได้มาอยู่ที่นี่มันสำคัญมาก โรงเรียนทำให้เวลาทั้งหมดของผมมีค่า และผมต้องการมันจริง ๆ"

รีทัล อะลา ฮาร์บ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เคยเรียนที่นี่เช่นกัน บอกว่าเธออยากเป็นทันตแพทย์

"การพลัดถิ่นส่งผลต่อการเรียนของฉันทั้งหมด" เธอกล่าว "ไม่มีเวลาเรียน ไม่มีโรงเรียน ฉันคิดถึงเพื่อน ๆ มาก และฉันคิดถึงโรงเรียนเก่าของฉัน"

โรงเรียนชั่วคราวแห่งนี้ดำเนินการโดยองค์การยูนิเซฟ ที่นี่มีเด็ก ๆ จากโรงเรียนลูลวาเดิม และเด็กที่พลัดถิ่นจากสงครามด้วยอีกส่วนหนึ่ง

ที่นี่ไม่ได้สอนหลักสูตรปาเลสไตน์ทั้งหมด แต่สอนวิชาพื้นฐานเท่านั้น ได้แก่ ภาษาอาหรับ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

ดร.โมฮัมมัด ซาอีด ชไฮบี ผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งทำงานด้านการศึกษามานาน 24 ปี เข้ามาดูแลสถานที่แห่งนี้ในช่วงกลางเดือน พ.ย.

"พวกเราเริ่มต้นด้วยความมุ่งมั่น" เขากล่าว "เพื่อชดเชยให้กับสิ่งที่นักเรียนสูญเสียไป"

คำบรรยายภาพ, ดร.โมฮัมมัด ซาอีด ชไฮบี กล่าวว่า เด็กจำนวนมากกำลังเผชิญกับบาดแผลทางใจ

โรงเรียนแห่งนี้รองรับนักเรียนจำนวน 1,100 คน ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย เปิดสอนวันละ 3 รอบ และสลับวันมาเรียนระหว่างเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิง โดยมีครูเพียง 24 คนเท่านั้น

"ก่อนสงคราม" ดร.ชไฮบี กล่าว "นักเรียนของเราเรียนในโรงเรียนที่มีอุปกรณ์ครบถ้วน ทั้งห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ห้องคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และสื่อการเรียนรู้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างหายไปหมดแล้ว"

ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเทอร์เน็ต และเด็กจำนวนมากกำลังเผชิญกับบาดแผลทางใจ

ในช่วงสงครามนักเรียนกว่า 100 คนในโรงเรียนแห่งนี้สูญเสียพ่อแม่คนใดคนหนึ่งไปหรือทั้งสองคน บ้านถูกทำลายเสียหายหรือเห็นเหตุฆาตกรรมต่อหน้าต่อตา

ดร.ชไฮบี บอกว่าโดยรวมแล้ว นักเรียนทุกคนได้รับผลกระทบ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

ขณะนี้มีนักจิตวิทยามาจัดกิจกรรมช่วยเหลือด้านสภาพจิตใจ เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ รับมือกับสิ่งที่ต้องผ่านพ้นมา

แม้จะมีความพยายาม แต่ความต้องการความช่วยเหลือก็สูงเกินขีดความสามารถในการรับมืออย่างมาก

"เรามีนักเรียนที่นี่มากกว่าหนึ่งพันคนแล้ว" ดร.ชไฮบี กล่าว

"แต่มีเพียง 6 ห้องเรียนต่อหนึ่งรอบเรียนเท่านั้น ข้าง ๆ โรงเรียนมีค่ายผู้พลัดถิ่นขนาดใหญ่ เป็นครอบครัวจากพื้นที่ตอนเหนือและตะวันออกของกาซา เด็กหลายคนอยากสมัครเรียน แต่เราไม่สามารถรับไว้ได้"

คำบรรยายภาพ, ผู้ปกครองหลายคนกล่าวว่า ลูก ๆ ของพวกเขาสูญเสียเวลาเรียนไปหลายปี

สำหรับผู้ปกครอง การที่ลูก ๆ กลับไปโรงเรียนอีกครั้งได้นำมาซึ่งทั้งความโล่งใจและความกังวล

ฮูดา บัสซัม อัล–ดาซูกี แม่ที่มีลูก 5 คน ซึ่งพลัดถิ่นมาจากย่านริมาลทางตอนใต้ บอกว่าการศึกษาได้กลายเป็นความท้าทายที่สาหัส

"ไม่ใช่ว่าไม่มีการศึกษาอยู่" เธอกล่าว "แต่มันยากมากเหลือเกิน"

เธอบอกว่าก่อนเกิดสงคราม โรงเรียนก็เผชิญกับปัญหาขาดแคลนอยู่แล้ว และตอนนี้อุปกรณ์พื้นฐานหลายอย่างก็แพงเกินเอื้อมหรือหาไม่ได้เลย

"สมุดที่ช่วงก่อนสงครามมีราคา 1 เชเกล (ประมาณ 10 บาท) ตอนนี้ราคา 5 เชเกล (ราว 50 บาท" เธอกล่าว "แต่ฉันมีลูก 5 คน"

เธอบอกว่าลูกบางคนเรียนตามหลังไปแล้ว 4 ปี รวมถึงเวลาที่เสียไปในช่วงโควิด

"ลูกชายฉันอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะคัดลอกจากกระดานอย่างไร"

คำบรรยายภาพ, โจนาธาน คริกซ์ กล่าวว่าโรงเรียนต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการส่งมอบความช่วยเหลือ

องค์การยูนิเซฟระบุว่าสถานการณ์เลวร้ายลง เพราะมีข้อจำกัดเรื่องการขออนุญาตนำส่งสิ่งของช่วยเหลือเข้ามายังกาซา

ที่บริเวณด้านนอกเต็นท์ที่ใช้เป็นห้องเรียนหลังหนึ่ง โจนาธาน คริกซ์ โฆษกของยูนิเซฟ ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ขาดหายไปมีอะไรบ้าง

"กระดาษ สมุด ปากกา ยางลบ ไม้บรรทัด... พวกเราเรียกร้องมานานแล้วให้สิ่งของเหล่านี้ถูกนำเข้ามาในฉนวนกาซา แต่ก็ยังไม่ได้รับอนุญาต เช่นเดียวกับชุดอุปกรณ์ส่งเสริมด้านสุขภาพจิตและพัฒนาจิตสังคมสำหรับเด็ก อย่างเช่นชุดของเล่นที่นำมาใช้ในกิจกรรมเพื่อส่งเสริมด้านสุขภาพจิตและกิจกรรมสันทนาการกับเด็ก ๆ ก็ไม่ได้รับอนุญาต" เขากล่าว

บีบีซีขอความเห็นเรื่องนี้ไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอล ซึ่งส่งต่อคำถามไปยังสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอล แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ

อิสราเอลระบุว่าอิสราเอลปฏิบัติตามข้อผูกพันภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงกับฮามาส และอำนวยความสะดวกในการส่งความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้น แต่องค์การสหประชาชาติและองค์การช่วยเหลือหลายแห่งโต้แย้งประเด็นนี้ โดยกล่าวหาว่าอิสราเอลยังคงจำกัดการเข้าถึงสิ่งของจำเป็น

แม้จะมีการหยุดยิง แต่อิสราเอลยังคงโจมตีกาซาอย่างต่อเนื่องแทบทุกวัน โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้การละเมิดข้อตกลงของฮามาส แต่ถึงกระนั้น เด็ก ๆ ก็ยังคงมาโรงเรียน

สำหรับโคลูด ฮาบีบ ครูที่โรงเรียนแห่งนี้ ความมุ่งมั่นแบบนั้นจากเด็ก ๆ มีความหมายมาก

"การศึกษาคือรากฐานของเรา" เธอกล่าว "สำหรับชาวปาเลสไตน์ มันคือต้นทุนของเรา"

"เราสูญเสียบ้าน สูญเสียเงิน สูญเสียทุกอย่าง" เธอกล่าวเสริม "แต่ความรู้คือการลงทุนเพียงอย่างเดียวที่เรายังสามารถมอบให้ลูกหลานของเราได้"