ด้านไกลของดวงจันทร์เคยมีภูเขาไฟระเบิดเมื่อ 4,200 ล้านปีก่อน

ภาพดวงจันทร์

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, ทิฟฟานี เวอร์ไทเมอร์
    • Role, บีบีซีนิวส์
  • เวลาอ่าน: 1 นาที

ในอดีตกาลหลายพันล้านปีมาแล้ว ด้านไกล (far side) ของดวงจันทร์ หรือที่บางคนเรียกว่าด้านมืด (dark side) อันเร้นลับ เคยมีภูเขาไฟระเบิดขึ้นหลายครั้ง และทิ้งร่องรอยทางธรณีวิทยาเอาไว้ให้คนยุคปัจจุบันสืบทราบได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนและทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ต่างตีพิมพ์บทความวิจัยล่าสุดลงในวารสาร Nature และ Science เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากผลการวิเคราะห์ตัวอย่างพื้นผิวดาว ที่ภารกิจสำรวจด้านไกลของดวงจันทร์ของจีนเก็บกลับมายังโลก พบเศษหินบะซอลต์ (basalt) ซึ่งเป็นหินชนิดที่ก่อตัวขึ้นหลังเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดปะปนอยู่ โดยผลการตรวจวัดอายุพบว่า เศษหินดังกล่าวมีความเก่าแก่ถึง 4,200 ล้านปี

ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีว่า บนดวงจันทร์เคยมีเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดมาก่อน แต่นั่นเป็นความเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยาในด้านใกล้ (near side) ของดวงจันทร์ หรือด้านสว่างที่เราสามารถมองเห็นได้จากโลก ในขณะที่ด้านไกลหรือด้านมืดนั้นมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่ต่างออกไป และส่วนใหญ่ยังคงเป็นพื้นที่เร้นลับซึ่งมนุษย์ยังไม่ได้ทำการสำรวจ

ตัวอย่างหินและฝุ่นละอองชุดแรกที่เก็บจากด้านไกลของดวงจันทร์นี้ เป็นผลงานของยานสำรวจในภารกิจฉางเอ๋อ-6 ของจีน ซึ่งได้ออกปฏิบัติงานสุดเสี่ยงภัยในซีกที่มองไม่เห็นของดวงจันทร์เป็นเวลาเกือบสองเดือน

ทีมผู้เชี่ยวชาญที่นำโดยนักวิจัยจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ใช้วิธีตรวจวัดอายุด้วยธาตุกัมมันตรังสี (radiometric dating) กับตัวอย่างเศษหินภูเขาไฟจากดวงจันทร์ดังกล่าว ทำให้พบว่าตัวอย่างหินส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่ราว 4,200 ล้านปี แต่ก็มีบางส่วนที่อายุน้อยอย่างเหลือเชื่อเพียง 2,830 ล้านปี ซึ่งหินภูเขาไฟที่ใหม่กว่าเช่นนี้จะไม่สามารถพบได้เลยที่ด้านใกล้ของดวงจันทร์

ศาสตราจารย์หลี่ ฉิวลี่ จากสถาบันธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ของจีน แสดงความเห็นต่อผลการวิเคราะห์ล่าสุดนี้ว่า “นับเป็นการศึกษาวิจัยที่น่าตื่นเต้นและเหลือเชื่ออย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นผลงานด้านธรณีกาลวิทยา (geochronology) ชิ้นแรก ที่ได้จากภารกิจฉางเอ๋อ-6 ซึ่งต่อไปจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชุมชนผู้ศึกษาดวงจันทร์และวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์”

แม้ด้านไกลของดวงจันทร์จะเคยถูกเรียกขานว่าเป็น “ด้านมืด” แต่อันที่จริงแล้ว ด้านมืดนี้ไม่ได้มืดสนิทเหมือนเวลากลางคืน เพราะดวงจันทร์ในซีกดังกล่าวได้รับแสงอาทิตย์อยู่ไม่น้อย เพียงแค่มนุษย์บนโลกไม่สามารถมองเห็นมันได้เท่านั้น

สาเหตุที่เราไม่อาจมองเห็นด้านไกลของดวงจันทร์ เป็นเพราะดาวบริวารดวงนี้หันหน้าด้านเดียวเข้าหาโลกอยู่ตลอดเวลา (tidally locked) เนื่องจากดวงจันทร์ใช้เวลาหมุนรอบตัวเองราว 27 วัน ซึ่งเท่ากับเวลาที่ใช้ในการโคจรรอบโลกพอดี ทำให้มนุษย์สังเกตเห็นดวงจันทร์ปรากฏโฉมในด้านเดิมด้านเดียวอยู่เสมอ

ภารกิจฉางเอ๋อ-6 ของจีน นำตัวอย่างหินชุดแรกที่มาจากด้านไกลของดวงจันทร์ กลับมายังโลก

ที่มาของภาพ, CNSA

คำบรรยายภาพ, ภารกิจฉางเอ๋อ-6 ของจีน นำตัวอย่างหินชุดแรกที่มาจากด้านไกลของดวงจันทร์ กลับมายังโลก

มีการบันทึกภาพด้านไกลของดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในปี 1959 โดยยานลูนา-3 (Luna-3) ของสหภาพโซเวียต ซึ่งภาพที่ได้ไม่สู้มีความคมชัดนัก แต่ก็เผยให้มนุษยชาติได้เห็นอีกด้านของดวงจันทร์ที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็เริ่มมีภาพด้านไกลของดวงจันทร์ที่มีความคมชัดสูงขึ้น ออกสู่สายตาของชาวโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงคลิปวิดีโอขององค์การนาซา ซึ่งแสดงให้เห็นภาพดวงจันทร์ด้านไกลโดยมีโลกเป็นฉากหลัง

เมื่อช่วงต้นปีนี้ ภารกิจฉางเอ๋อ-6 ของจีนได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เข้าช่วยถ่ายภาพยานที่ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ด้านไกล จนสามารถมองเห็นตัวยานอยู่บนพื้นที่เป็นหินขรุขระได้