ชิมแปนซีมีสไตล์การสนทนาที่ 'ฉับไว' คล้ายมนุษย์ ขัดจังหวะลิงตัวอื่นก็มี

ที่มาของภาพ, Cat Hobaiter
- Author, วิกตอเรีย กิลล์
- Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์ บีบีซีนิวส์
- เวลาอ่าน: 1 นาที
ชิมแปนซีในธรรมชาติมีการสนทนาแบบผลัดกันอย่างฉับไวคล้ายมนุษย์ โดยพวกมันจะรอตาของตัวเองที่จะ 'พูด' เพียงไม่กี่เศษเสี้ยววินาที
สัตว์เหล่านี้สื่อสารกันส่วนใหญ่ด้วยการใช้ท่าทาง รวมถึงการเคลื่อนไหวมือและการแสดงออกทางสีหน้า
นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาพวกมันอย่างละเอียดพบว่า ชิมแปนซีมีการผลัดกันสื่อสารอย่างรวดเร็วเมื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และบางครั้งก็ขัดจังหวะกันเอง
การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นถึง "ความคล้ายคลึงกันทางวิวัฒนาการอันลึกซึ้ง [กับมนุษย์] ในวิธีการสนทนาแบบเผชิญหน้า" ศาสตราจารย์แคท โฮเบเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์กล่าวกับบีบีซีนิวส์
ผลการวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Current Biology
ศาสตราจารย์โฮเบเตอร์ ซึ่งศึกษาการสื่อสารของสัตว์กลุ่มไพรเมต (primate) อธิบายว่า การผลัดกันสื่อสารอย่างรวดเร็วนี้เป็นเอกลักษณ์ของการสนทนาของมนุษย์
"เราทุกคนใช้เวลาประมาณ 200 มิลลิวินาที (0.2 วินาที) ระหว่างการผลัดกันพูดคุย มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมเล็กน้อยที่น่าสนใจ บางวัฒนธรรมเป็น 'นักพูดเร็ว'"
การศึกษาหนึ่งเกี่ยวกับภาษาศาสตร์ในปี 2009 วัดความแตกต่างเหล่านี้ โดยแสดงให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้พูดภาษาญี่ปุ่นใช้เวลา 7 มิลลิวินาทีในการตอบสนอง ขณะที่ผู้พูดภาษาเดนิชใช้เวลาประมาณ 470 มิลลิวินาทีในการตอบโต้
จากการตรวจสอบการสื่อสารของชิมแปนซีในป่าหลายพันครั้ง ศ.โฮเบเตอร์และเพื่อนร่วมงานสามารถจับเวลาการสนทนาของสัตว์เหล่านี้ได้
"เป็นเรื่องน่าทึ่งที่เห็นว่าช่วงเวลาตอบสนองของชิมแปนซีและมนุษย์ใกล้เคียงกัน" เธอกล่าว
ชิมแปนซีมีช่วงเวลาการสนทนาที่กว้างกว่า "ช่องว่างระหว่างการสื่อสารมีตั้งแต่การขัดจังหวะลิงตัวที่กำลังให้สัญญาณ 1,600 มิลลิวินาทีก่อนที่พวกมันจะเสร็จสิ้นการทำท่าทาง ไปจนถึงการตอบสนองที่ใช้เวลา 8,600 มิลลิวินาที" ศ.โฮเบเตอร์อธิบาย
"สิ่งนี้อาจเป็นเพราะชิมแปนซีอยู่ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ทำให้พวกมันสามารถแสดงพฤติกรรมที่หลากหลายได้มากขึ้น บางครั้งขัดจังหวะกันและบางครั้งก็ใช้เวลานานในการตอบสนอง"

ที่มาของภาพ, Cat Hobaiter
เพื่อศึกษาต้นกำเนิดวิวัฒนาการของการสื่อสาร นักวิจัยได้ใช้เวลาหลายสิบปีในการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมของชุมชนชิมแปนซีป่าห้ากลุ่มในป่าอูกันดาและแทนซาเนีย พวกเขาได้บันทึกและแปลท่าทางมากกว่า 8,000 รูปแบบจากชิมแปนซีมากกว่า 250 ตัว
ดร.กาล บาดิฮี นักวิจัยหลักจากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์ อธิบายว่าการสื่อสารด้วยท่าทางช่วยให้ชิมแปนซีหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและประสานงานกันได้
"ชิมแปนซีตัวหนึ่งอาจส่งสัญญาณไปยังอีกตัวว่าต้องการอาหาร และลิงอีกตัวอาจให้อาหารตามคำขอ หรือถ้ารู้สึกไม่เอื้อเฟื้อก็อาจตอบกลับด้วยการส่งสัญญาณให้ไปไกล ๆ พวกมันอาจตกลงกันได้ว่าจะทำความสะอาดตัวเองอย่างไรหรือที่ไหน มันน่าทึ่งและสื่อสารได้โดยการใช้ไม่กี่ท่าทางเท่านั้น"
เขากล่าวว่าการศึกษาในอนาคตที่มองหาการสื่อสารในสายพันธุ์ไพรเมตอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการที่ห่างไกลจากมนุษย์ จะให้ภาพวิวัฒนาการที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นว่าทำไมมนุษย์เราถึงรับเอาการสนทนาแบบผลัดกันพูดที่รวดเร็วเช่นนี้มา
"มันจะเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการทำความเข้าใจให้ดีขึ้นว่าตั้งแต่เมื่อไหร่และเพราะเหตุใดกฎการสนทนาของเราถึงมีวิวัฒนาการมา" เขากล่าว































