จุดสิ้นสุดของสงครามสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน อยู่ที่ใด แต่ละฝ่ายมองจุดจบของสงครามต่างกันอย่างไร

    • Author, เจเรมี โบเวน
    • Role, บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ
  • เวลาอ่าน: 13 นาที

สงครามครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่านเพิ่งเริ่มต้นขึ้นได้ไม่นาน แต่มันได้กลายเป็นสงครามระดับภูมิภาคไปแล้ว

หลังจากอิหร่านตัดสินใจโจมตีประเทศอาหรับต่าง ๆ ที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านเองในอ่าวเปอร์เซีย สหราชอาณาจักรก็ได้ยกเลิกการปฏิเสธที่จะอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของตนแล้ว

สงครามยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และมีข่าวสารแจ้งเตือนเข้ามาทางโทรศัพท์มากมาย ผมเพิ่งอ่านข่าวประชาสัมพันธ์จากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ที่ระบุว่า เครื่องบินรบ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ 3 ลำถูกยิงตกโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตใน "เหตุการณ์ที่เห็นได้ชัดว่าเกิดจากการยิงพลาดใส่กันเอง"

เมื่อผมเขียนบทความฉบับนี้เสร็จ ก็คงมีขีปนาวุธอีกหลายลูกถูกยิงและเป็นไปได้มากว่าจะมีคนถูกปลิดชีพเพิ่ม

แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะรู้ได้ว่าสงครามจะจบลงเมื่อใดหรืออย่างไร แต่เมื่อสงครามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว มันก็ยากที่จะควบคุม ต่อไปนี้คือตอนจบที่ฝ่ายต่าง ๆ ที่เข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ต้องการให้เป็น

นิยามชัยชนะของทรัมป์

ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงออกถึงความมั่นใจในพลังอำนาจของอเมริกาอย่างเต็มเปี่ยมเช่นเคย นับตั้งแต่ประกาศเริ่มสงครามในข้อความวิดีโอที่ถ่ายทำจากรีสอร์ทมาร์-อา-ลาโก ในฟลอริดา ประธานาธิบดีคนอื่น ๆ อาจเลือกที่จะกล่าวสุนทรพจน์อย่างเคร่งขรึมจากโต๊ะทำงานประธานาธิบดีในห้องทำงานรูปไข่

แต่ทรัมป์เลือกสวมเสื้อเชิ้ตคอเปิดและหมวกเบสบอลสีขาวดึงลงมาปิดตา เขาไล่เรียงข้อกล่าวหาต่าง ๆ โดยอ้างว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ มาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979

ที่มาของภาพ, US Navy via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านอย่างยับเยิน

จิตใจของทรัมป์นั้นแปรเปลี่ยนได้เสมอ แต่ในสุนทรพจน์นั้น เขาได้ให้คำจำกัดความของแนวคิดเรื่องชัยชนะไว้แล้ว ซึ่งคือรายการสิ่งที่ต้องทำต่าง ๆ

"เราจะทำลายขีปนาวุธของพวกเขาและทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาให้ราบ มันจะถูกทำลายล้างอย่างสิ้นเชิงอีกครั้ง เราจะทำลายกองทัพเรือของพวกเขา เราจะทำให้แน่ใจว่ากลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคนี้จะไม่สามารถก่อความไม่สงบในภูมิภาคหรือโลก หรือโจมตีกองกำลังของเราได้อีกต่อไป และไม่สามารถใช้ระเบิดแสวงเครื่องหรือระเบิดข้างทางได้อีกต่อไป ดังที่พวกเขามักจะทำ ซึ่งทำให้ผู้คนหลายพันคนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงชาวอเมริกันจำนวนมาก" ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์อ้างว่าอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีสหรัฐฯ ได้ ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากการประเมินของหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เอง เขายังอ้างว่าอิหร่านใกล้จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้แล้ว ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวของเขาเองเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาว่าสหรัฐฯ ได้ "ทำลายล้าง" สถานที่ด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านไปแล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรัมป์อ้างว่าอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถใช้โจมตีสหรัฐฯ ได้ ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เอง

ทรัมป์เชื่อว่าสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอล สามารถทำลายระบอบการปกครองของกรุงเตหะรานได้ หากอิหร่านไม่ยอมจำนน ทรัมป์เชื่อว่าระบอบการปกครองจะถูกโจมตีจนแทบสิ้นสภาพ จนประชาชนอิหร่านจะมีโอกาสที่ดีที่สุดในรอบหลายชั่วอายุคนที่จะออกมาประท้วงบนท้องถนนเพื่อยึดอำนาจ

"เมื่อเราปฏิบัติการเสร็จแล้ว จงเข้ายึดรัฐบาลของคุณ รัฐบาลจะเป็นของคุณ นี่อาจเป็นโอกาสเดียวของคุณในรอบหลายชั่วอายุคน หลายปีที่ผ่านมา พวกคุณขอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ แต่คุณไม่เคยได้รับ ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนเต็มใจทำในสิ่งที่ผมเต็มใจทำในคืนนี้ ตอนนี้คุณมีประธานาธิบดีที่ให้สิ่งที่คุณต้องการแล้ว ดังนั้นมาดูกันว่าคุณจะตอบสนองอย่างไร" ทรัมป์ระบุ

การถ่ายโอนความรับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไปให้ชาวอิหร่าน แม้เมื่อทรัมป์สนับสนุนให้ประชาชนชาวอิหร่านลงมือทำเอง ก็ทำให้เขามีทางออกในภายหลังหากระบอบการปกครองอิหร่านยังคงอยู่ แต่มันก็อาจมองได้เช่นกันว่าเป็นความรับผิดรับชอบทางศีลธรรมของสหรัฐฯ ที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ แม้ว่ามันจะเป็นคำถามเปิดกว้างว่ามันจะโน้มน้าวประธานาธิบดีที่ชื่นชอบในการปิดดีลคนนี้ได้แค่ไหน

ไม่มีตัวอย่างใดที่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือการเอาชนะสงครามกับศัตรูที่มีอาวุธครบครันนั้นสามารถทำได้โดยการใช้เพียงการโจมตีทางอากาศ

ในปี 2003 สหรัฐฯ และพันธมิตร รวมถึงสหราชอาณาจักร ได้ส่งกองกำลังภาคพื้นดินขนาดใหญ่เข้าไปในอิรักเพื่อโค่นล้ม ซัดดัม ฮุสเซน ต่อมาในปี 2011 พันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบีย ถูกโค่นล้มโดยกองกำลังกบฏที่ได้รับการสนับสนุนอาวุธและได้รับการคุ้มครองโดยกองทัพอากาศของนาโตและประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ดังนั้น ทรัมป์จึงหวังว่าประชาชนชาวอิหร่านจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ด้วยตนเอง

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images

คำบรรยายภาพ, สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศเสียชีวิต

แต่แผนของทรัมป์เป็นการเสี่ยงครั้งใหญ่ โอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากการทิ้งระเบิดเพียงอย่างเดียวนั้นมีน้อยมาก

ยังมีคำถามที่ว่าจะเกิดรัฐประหารภายในประเทศที่ได้รับการสนับสนุนโดยฝ่ายตะวันตกหรือไม่ ? ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่แค่ยังเป็นไปได้ยากมากเมื่อมองจากวันที่สามของสงคราม

มีความเป็นไปได้มากกว่าที่ผู้ที่บริหารระบอบการปกครองอยู่ในขณะนี้จะตั้งรับและยิงขีปนาวุธมากขึ้น โดยได้รับแรงผลักดันจากอุดมการณ์และความเชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถทนต่อความเจ็บปวดได้มากกว่าสหรัฐฯ อิสราเอล หรือรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย ความเจ็บปวดส่วนใหญ่จะตกอยู่กับประชาชนชาวอิหร่านที่เจ็บปวดทรมานมานาน แต่พวกเขาไม่มีสิทธิ์มีเสียงใด ๆ ในเรื่องนี้

การคำนวณของเนทันยาฮู

เช่นเดียวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ก็ได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนให้ชาวอิหร่านจัดการเรื่องต่าง ๆ ด้วยตนเอง แต่หากพวกเขาไม่สามารถเอาชนะกองกำลังรักษาความมั่นคงที่โหดเหี้ยมของระบอบการปกครองได้ สิ่งที่เนทันยาฮูให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านและความสามารถในการสร้างกองกำลังติดอาวุธขึ้นมาใหม่ในภูมิภาคที่อาจกลายเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่เนทันยาฮูมองว่าอิหร่านเป็นศัตรูที่อันตรายที่สุดของอิสราเอล เขาเชื่อว่าผู้ปกครองของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ต้องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์เพื่อทำลายรัฐยิว

ที่มาของภาพ, GPO HANDOUT/EPA/Shutterstock

คำบรรยายภาพ, เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวถ้อยแถลงสนับสนุนให้ชาวอิหร่านจัดการเรื่องต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองด้วยตนเอง

ในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่สองของสงคราม เนทันยาฮูได้ยืนอยู่บนหลังคาในกรุงเทลอาวีฟ นั่นอาจเป็นอาคารกระทรวงกลาโหมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และกล่าวถึงมุมมองของเขาเกี่ยวกับจุดจบของสงคราม

เขากล่าวว่าอิสราเอลและอเมริกาจะได้ "ทำในสิ่งที่ผมหวังจะทำมา 40 ปีแล้ว นั่นคือการบดขยี้ระบอบการก่อการร้ายให้สิ้นซาก"

เนทันยาฮูกล่าวด้วยว่านี่คือคำสัญญาที่เขาจะทำให้เป็นจริง

แต่สงครามก็มักมีมิติด้านการเมืองภายในประเทศ เช่นเดียวกับทรัมป์ เนทันยาฮูต้องเผชิญกับการเลือกตั้งในปลายปีนี้ แต่ต่างจากทรัมป์ตรงที่ตำแหน่งของเขากำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

ชาวอิสราเอลจำนวนมากตำหนิเนทันยาฮูสำหรับความผิดพลาดด้านความมั่นคงที่ทำให้ฮามาสมีโอกาสโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 แต่เขาจะได้รับการให้อภัยผ่านการเลือกตั้งอย่างยิ่งใหญ่หากเขาสามารถกล่าวได้ว่า ตนได้นำอิสราเอลไปสู่ชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนืออิหร่าน นั่นอาจทำให้ไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้เลยด้วยซ้ำ

ชัยชนะผ่านการอยู่รอด

การสังหารผู้นำสูงสุดและที่ปรึกษาทางทหารระดับสูงถือเป็นการโจมตีอย่างรุนแรงต่อระบอบการปกครองของอิหร่าน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าระบอบการปกครองจะล่มสลายเสมอไป

อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี และผู้ก่อตั้งคนอื่น ๆ ได้ออกแบบสถาบันต่าง ๆ ของระบอบนี้ไว้เมื่อเกือบ 50 ปีก่อนให้สามารถอยู่รอดได้ในสงครามและการลอบสังหาร มันไม่ใช่การปกครองโดยคน ๆ เดียว ประเทศซีเรียและลิเบียภายใต้การปกครองของอัสซาดและกัดดาฟีถูกสร้างขึ้นโดยมีครอบครัวผู้ปกครองเป็นศูนย์กลาง เมื่อครอบครัวเหล่านั้นถูกกำจัดออกไป (กัดดาฟีถูกสังหารและ บาชาร์ อัล-อัสซาด หนีไป) ระบอบการปกครองก็ล่มสลาย

ขณะที่ระบอบการปกครองของอิหร่านเป็นระบบรัฐที่ตั้งอยู่บนเครือข่ายที่ซับซ้อนและหนาแน่นของสถาบันทางการเมืองและศาสนาที่มีความรับผิดชอบทับซ้อนกัน มันถูกออกแบบมาให้สามารถอยู่รอดได้ในสถานการณ์สงครามและการลอบสังหาร

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะอยู่รอดได้เสมอไป ระบบของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้กำลังเผชิญกับการทดสอบที่หนักหน่วงที่สุด แต่ระบอบก็ได้วางแผนสำหรับช่วงเวลานี้ไว้แล้ว

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, หลังจากผู้นำสูงสุดถูกสังหาร ประชาชนหลายพันคนออกมาเดินขบวนบนท้องถนนในกรุงเตหะราน

นิยามของชัยชนะของระบอบนี้คือการอยู่รอด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ระบอบนี้จึงสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งล้อมรอบตัวเอง

ระบอบนี้มีกลไกความมั่นคง การกดปราบ และการบีบบังคับอันทรงพลังและโหดเหี้ยม เมื่อเดือน ม.ค. คนของระบอบนี้ได้ออกไปตามท้องถนนและปฏิบัติตามคำสั่ง สังหารผู้ประท้วงหลายพันคน จนถึงตอนนี้ อย่างที่ผมได้กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่เป็นเพียงวันที่สามของสงคราม ฉะนั้นยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่บ่งชี้ว่ากองกำลังติดอาวุธของระบอบนี้กำลังสลายตัวไป เหมือนกับกองกำลังของอัสซาด ที่ทำให้เขาต้องหนีไปกรุงมอสโกในเดือน ธ.ค. 2024

นอกจากกองกำลังติดอาวุธทั่วไปและตำรวจติดอาวุธครบมือแล้ว ยังมีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guards Corps - IRGC) ซึ่งมีหน้าที่อย่างชัดเจนในการปกป้องระบอบนี้ทั้งในและต่างประเทศ กองกำลังนี้มีอยู่เพื่อเป็นกำลังสำคัญอยู่เบื้องหลัง เวลายัต-เอ ฟากิห์ (Velayat-e Faqih) หรือคือการปกครองโดยนักนิติศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญของการปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน และเป็นสิ่งที่ให้เหตุผลในการปกครองของผู้นำศาสนานิกายชีอะห์

เป็นที่เชื่อกันว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม มีกำลังพลประจำการ 190,000 นาย และกำลังสำรองอีกมากถึง 600,000 นาย นอกเหนือจากหลักคำสอนทางศาสนาแล้ว กองกำลังนี้ยังควบคุมระบบเศรษฐกิจส่วนใหญ่ ผู้นำของพวกเขามีทั้งเหตุผลทางการเงินและอุดมการณ์ที่ทำให้พวกเขายังคงจงรักภักดี

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามได้รับการสนับสนุนจาก บาซิจ (Basij) กองกำลังกึ่งทหารอาสาสมัคร ที่มีสมาชิกประมาณ 450,000 คน และมีชื่อเสียงในด้านความจงรักภักดีต่อระบอบการปกครองและการใช้กำลังข่มขู่

ผมได้เห็นพวกเขาปฏิบัติการในกรุงเตหะราน ในฐานะแนวป้องกันด่านแรกของระบอบการปกครองระหว่างการประท้วงที่เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งปี 2009 ที่มีข้อพิพาท พวกเขาข่มขู่และทำร้ายผู้ประท้วงบนท้องถนนด้วยไม้กระบองและกระบองยาง ด้านหลังพวกเขามีตำรวจและทหารกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามที่ติดอาวุธหนัก

บาซิจ ยังมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วบนรถจักรยานยนต์ที่วิ่งไปรอบเมืองเพื่อจัดการกับการก่อความไม่สงบ

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามและบาซิจ ว่าจะลงโทษพวกเขาถึงชีวิตอย่างแน่นอน โดยกล่าวว่าตอนจบของพวกเขา "จะไม่สวยงาม" เว้นแต่พวกเขาจะวางอาวุธ ทว่าคำขู่ของทรัมป์ไม่น่าจะเปลี่ยนความคิดของเหล่าทหารฝ่ายรัฐบาลได้มากนัก

คำบรรยายภาพ, ผู้นำระดับสูงและบุคคลสำคัญในวงการกลาโหมของอิหร่านถูกสังหารไปแล้ว 4 จาก 6 คน ตามข้อมูล ณ วันที่ 4 มี.ค. 2026

สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้และศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์นั้นเต็มไปด้วยแนวคิดเรื่องการพลีชีพ หลังผ่านไปหลายชั่วโมงจากตอนที่ทางการอ้างในวันอาทิตย์ว่าผู้นำสูงสุดปลอดภัยและสบายดี ผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐก็ประกาศการเสียชีวิตของคาเมเนอีด้วยน้ำตาคลอ โดยกล่าวว่าเขาได้ดื่มด่ำกับน้ำทิพย์แห่งการพลีชีพอันบริสุทธิ์

นักวิเคราะห์อิหร่านบางคนตั้งข้อสงสัยว่าอยาตอลเลาะห์ได้เดินหน้าจัดการประชุมที่บ้านพักของเขาในกรุงเตหะรานกับที่ปรึกษาอาวุโสของเขาในขณะที่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกเชื่อว่าการโจมตีใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว เพราะเขาต้องการพลีชีพ

ระบอบการปกครองนี้มีกลุ่มผู้ภักดีที่เป็นพลเรือนเป็นแกนหลัก ประชาชนหลายพันคนออกมาบนท้องถนนในกรุงเตหะรานหลังจากการสังหารผู้นำสูงสุด ซึ่งเป็นวันแรกของการไว้ทุกข์ 40 วัน พวกเขารวมตัวกันในจัตุรัสสาธารณะ จุดเทียนและไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ แม้จะมีควันไฟพวยพุ่งขึ้นจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลก็ตาม

ตัวอย่างในอดีตที่ไม่ดีนัก

ชาวอเมริกันเชื่อว่าในปฏิบัติการครั้งนี้ พลังอำนาจมหาศาลของพวกเขาร่วมกับของอิสราเอล จะสามารถเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของศัตรูได้โดยไม่ก่อให้เกิดหายนะกับตน

แต่ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นไม่ดีนัก การโค่นล้ม ซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรักในปี 2003 นำไปสู่หายนะ นั่นคือสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานหลายปี ซึ่งเป็นแหล่งเพาะบ่มขบวนการหัวรุนแรงญิฮาดที่ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน

ลิเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีน้ำมันเพียงพอที่จะสามารถให้มาตรฐานการครองชีพแบบตะวันตกแก่ประชากรอันน้อยนิดของตนได้ ก็กลายเป็นประเทศที่ล่มสลายและยากจน และยังคงเป็นรัฐล้มเหลว หลังจากที่ กัดดาฟี ถูกโค่นล้มและสังหารไปแล้ว 15 ปี ประเทศตะวันตกที่เฉลิมฉลองการล่มสลายของเขาและทำให้มันเกิดขึ้น ต่างก็ปัดความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิงหลังจากที่ประเทศแตกสลาย

อิหร่านเป็นประเทศใหญ่ โดยมีขนาดใหญ่เกือบสามเท่าของอิรัก และมีประชากรหลากหลายเชื้อชาติมากกว่า 90 ล้านคน หากระบอบการปกครองในอิหร่านล่มสลาย สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือ ความสับสนวุ่นวาย การนองเลือดที่อาจตามมา อาจเปรียบเทียบได้กับสงครามกลางเมืองที่คร่าชีวิตผู้คนหลายแสนคนในซีเรียและอิรัก

ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่าน นั่นเปลี่ยนสมการในตะวันออกกลาง แม้ว่าระบอบการปกครองจะยังคงอยู่ก็ตาม

ผู้คนจำนวนมาก และอาจจะรวมถึงชาวอิหร่านส่วนใหญ่ด้วย คงจะยินดีหากระบอบการปกครองล่มสลาย แต่การแทนที่ระบอบการปกครองที่ถูกโค่นล้มด้วยกำลังด้วยทางเลือกที่สันติและสอดคล้องกันนั้นจะเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง

แต่การเดิมพันของทรัมป์คือ เขาเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ และสงครามครั้งนี้จะทำให้ตะวันออกกลางเป็นสถานที่ที่ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้น ทว่าโอกาสที่จะเป็นเช่นนั้นจริงก็มีน้อยมาก

เครดิตภาพบนสุด: AFP ผ่านทาง Getty Images

Get in touch

Are you personally affected by the issues raised in this story?