ยานอวกาศสตาร์ไลเนอร์ของโบอิงกลับสู่พื้นโลกแล้วโดยไร้นักบิน

ที่มาของภาพ, HANDOUT/NASA
ยานอวกาศสตาร์ไลเนอร์ (Starliner) ยานอวกาศแบบแคปซูลของบริษัทโบอิง ได้ลงจอดสู่พื้นโลกแล้ว โดยนักบินอวกาศของนาซาสองชีวิต ยังคงอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
ยานอวกาศที่ว่างเปล่าเดินทางด้วยระบบอัตโนมัติหลังจากแยกตัวออกจากห้องปฏิบัติการที่โคจรอยู่
ยานอวกาศแบบแคปซูลของบริษัทโบอิงลำนี้ มีความเสี่ยงเกินไปในการนำพานักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซา จำนวน 2 คน ได้แก่ สุนีตา วิลเลียมส์ และบุตช์ วิลมอร์ กลับสู่โลกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากประสบปัญหาทางเทคนิค ทำให้พวกเขาจะต้องเดินทางกลับมายังโลกด้วยยานสเปซเอ็กซ์ ครูว์ ดรากอน ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ แทน ซึ่งมีกำหนดในช่วงเดือน ก.พ. ปี 2025 ด้วยเหตุนี้นักบินทั้งสองคนจึงต้องอยู่ที่สถานีอวกาศนานาชาตินานกว่าเดิมจาก 8 วันเป็น 8 เดือน
การเดินทางกลับสู่โลกของยานสตาร์ไลเนอร์ใช้เวลา 6 ชั่วโมง หลังจากที่กลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก ร่มชูชีพได้กางออกมาเพื่อลดความเร็วในการลงจอดที่บริเวณพื้นที่ไวท์แซนด์สสเปซฮาร์เบอร์ในรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา ในวันเสาร์ที่ 7 ก.ย.
ก่อนหน้านี้องค์การนาซาระบุว่า ทั้งสุนีตา วิลเลียมส์ และบุตช์ วิลมอร์ ยังคงมีขวัญกำลังใจดีและติดต่อกับครอบครัวของพวกเขาเป็นประจำ
สตีฟ สติทช์ ผู้จัดการโปรแกรมลูกเรือเชิงพาณิชย์ของนาซา กล่าวในการบรรยายสรุปกับสื่อว่า นักบินอวกาศทั้งสองคนมีความกระตือรือร้นเกี่ยวกับงานของพวกเขา
“พวกเขาเข้าใจถึงความสำคัญของการเดินหน้าต่อไปและ... นำยานกลับมาอย่างปลอดภัย”

ที่มาของภาพ, HANDOUT/NASA
นี่เป็นการทดสอบการบินครั้งแรกของยานอวกาศสตาร์ไลเนอร์ของโบอิง โดยมีนักบินอวกาศเดินทางไปพร้อมกับยานด้วย ทว่าปฏิบัติการครั้งนี้ประสบกับปัญหามากมายหลังจากยานถูกปล่อยตัวออกจากฐานปล่อยยานที่แหลมคะเนอเวอรัล ในรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ตัวยานแคปซูลประสบปัญหาการรั่วไหลของฮีเลียม ซึ่งใช้ในการส่งเชื้อเพลิงเข้าสู่ระบบขับเคลื่อน และตัวขับดันหลายตัวไม่ได้ทำงานอย่างถูกต้อง
วิศวกรของโบอิงและนาซา ใช้เวลาเป็นเดือนในการพยายามทำความเข้าใจปัญหาทางเทคนิคเหล่านี้ แต่ในปลายเดือน ส.ค. นาซาได้ตัดสินใจโดยมีข้อสรุปว่า ยานสตาร์ไลเนอร์ไม่มีความปลอดภัยเพียงพอที่จะพานักบินอวกาศกลับสู่โลก
สตีฟ สติทช์ ยอมรับว่ามีความตึงเครียดระหว่างโบอิงและนาซาในช่วงกระบวนการการตัดสินใจ โดยโบอิงโต้แย้งว่ายานของพวกเขาสามารถเดินทางกลับมายังโลกได้อย่างปลอดภัยพร้อมกับลูกเรือสองคน
“เนื่องจากความไม่แน่นอนและการจำลองสถานการณ์ ทางนาซามองว่า พวกเขาไม่สามารถจะรู้สึกสบายใจกับเรื่องนั้นได้” เขากล่าว
แผนการใช้ยานอวกาศของบริษัทคู่แข่งอย่างสเปซเอ็กซ์ ทำให้การเดินทางกลับมาของนักบินล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญ
เวลาที่ขยายเพิ่มขึ้นมานี้เกิดขึ้นเพื่อให้สเปซเอ็กซ์สามารถปล่อยยานใหม่ของตัวเองได้ โดยมีกำหนดปล่อยตัวปลายเดือน ก.ย.

ที่มาของภาพ, HANDOUT/NASA
เดิมทียานของสเปซเอ็กซ์ มีที่นั่งสำหรับนักบินอวกาศ 4 คน แต่ในครั้งนี้ยานจะเดินทางด้วยนักบิน 2 คน เพื่อเว้นที่ไว้ให้กับสุนีตา วิลเลียมส์ และบุตช์ วิลมอร์ เดินทางกลับมาพร้อมกับยานลำนี้ได้ในช่วงสิ้นสุดการพักรอในเดือน ก.พ. ปีหน้า
ดานา เวเกล ผู้จัดการสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) กล่าวว่า นักบินกำลังปรับตัวได้ดีต่อภารกิจที่ขยายเวลาออกไป และทั้งสุนีตา และบุตช์ เคยดำรงชีวิตอยู่ในอวกาศระยะยาวมาแล้วสองครั้ง
เธอกล่าวว่า นักบินทั้งคู่กำลังเข้าโปรแกรมออกกำลังกายที่จำเป็นเพื่อรักษาสุขภาพในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง และบอกด้วยว่าพวกเขามีอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมด สำหรับการอยู่อาศัยที่ไม่ได้วางแผนไว้เป็นระยะเวลา 8 เดือน
“เมื่อเราส่งพวกเขาขึ้นไปครั้งแรก พวกเขาได้ยืมเสื้อผ้าทั่วไปที่เรามีอยู่บนสถานี และตอนนี้เราได้เปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างเหล่านั้นให้พวกเขาแล้ว” เธอกล่าว
เธออธิบายด้วยว่า ภารกิจส่งกำลังบำรุงเสริมเพิ่มเติมเมื่อเดือน ก.ค. ได้จัดส่ง “สิ่งที่เป็นความชอบของลูกเรือ” ที่นักบินอวกาศทั้งคู่ได้ร้องขอ
“ดังนั้น ตอนนี้พวกเขามีอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับการเดินทางทั้งหมดที่สมาชิกลูกเรือคนอื่น ๆ สามารถเลือกใช้ได้ และเรายังมียานขนส่งอีกลำที่กำลังจะมาถึง ดังนั้น เราจะส่งสิ่งอื่น ๆ ที่พวกเขาต้องการ สำหรับช่วงครึ่งหลังของภารกิจของพวกเขาในเที่ยวบินนั้น”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ปัญหากับยานสตาร์ไลเนอร์ได้สั่นสะเทือนต่อบริษัทโบอิง ซึ่งกำลังประสบปัญหาทางการเงินอยู่และพยายามกู้ชื่อเสียงของบริษัทให้กลับมา หลังจากเหตุการณ์บินที่เกิดขึ้นล่าสุด และอุบัติเหตุที่ร้ายแรง 2 ครั้งเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
หลังจากปัญหามากมาย การลงจอดที่ปราศจากปัญหาจะเป็นผลลัพธ์ที่โบอิงและนาซาต้องการอย่างมาก
“หลังจากที่เรานำยานกลับมา เราจะต้องนำไปตรวจสอบวิเคราะห์หลังการบินเป็นระยะเวลาสองเดือน” สตีฟ สติทช์ กล่าว
“เรามีทีมหลายทีมที่เริ่มพิจารณาดูว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ยานได้รับการรับรองอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต”
หน่วยงานอวกาศของสหรัฐฯ ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของยานอวกาศจากโบอิง เพราะการมีบริษัทอเมริกันสองเจ้าที่สามารถนำลูกเรือไปยังอวกาศได้ ถือเป็นเป้าหมายหลักของนาซามาระยะหนึ่งแล้ว

ที่มาของภาพ, HANDOUT/NASA
เมื่อฝูงบินของยานอวกาศของสหรัฐปลดระวางในปี 2011 สหรัฐฯ ใช้เวลาเป็นทศวรรษในการพึ่งพายานโซยุส (Soyuz) ของรัสเซียเพียงอย่างเดียวในการขนส่งลูกเรือและสินค้าของตัวเอง ซึ่งนาซาเองก็ยอมรับว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีที่สุด
ดังนั้น ในปี 2014 โบอิงและสเปซเอ็กซ์ จึงได้รับการเซ็นสัญญาในการให้บริการเที่ยวบินอวกาศเชิงพาณิชย์สำหรับนักบินของนาซา โดยสัญญาของโบอิง มีมูลค่า 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (141,485 ล้านบาท) ขณะที่สเปซเอ็กซ์ได้รับสัญญามูลค่า 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (87,586 ล้านบาท)
จนถึงปัจจุบัน สเปซเอ็กซ์ได้ส่งเที่ยวบินที่มีลูกเรือจำนวน 9 ลำ เดินทางไปยังอวกาศสำหรับองค์การนาซา รวมถึงภารกิจการบินเชิงพาณิชย์บางเที่ยวบิน แต่ครั้งนี้เป็นความพยายามครั้งแรกของโบอิงในการทำภารกิจอวกาศที่มีลูกเรือ
ยานสตาร์ไลเนอร์ของโบอิงถูกเลื่อนภารกิจออกไปเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากปัญหาในการพัฒนาตัวยานอวกาศ ขณะที่ภารกิจส่งยานไปยังอวกาศสองครั้งก่อนหน้านี้ในปี 2019 และ 2022 ก็ประสบปัญหาทางเทคนิคเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม บิล เนลสัน ผู้บริหารระดับสูงของนาซา กล่าวว่า เขามั่นใจ 100% ว่ายานอวกาศของโบอิงจะเดินทางพร้อมลูกเรือได้อีกครั้ง































