อยู่ต่อ-ขอโทษ-ลาออก ? ทางเลือกอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ของเซเลนสกีมีอะไรบ้าง

Volodymyr Zelensky sits in a black top with his hands outstretched

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดียูเครนเหลือทางเลือกไม่กี่ทางในตอนนี้ หลังจากสหรัฐฯ ได้สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน
    • Author, พอล เคอร์บี
    • Role, บรรณาธิการข่าวดิจิทัลประจำภูมิภาคยุโรป
  • เวลาอ่าน: 1 นาที

ถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกำลังตกที่นั่งลำบาก หลังจากการพบปะกับผู้นำสหรัฐฯ ภายในห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาว กลายเป็นการหารือแห่งความหายนะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ล่าสุดทางการสหรัฐฯ ได้สั่งระงับความช่วยเหลือทางการทหารให้กับยูเครนไปแล้วเป็นการชั่วคราว นั่นจึงทำให้ทางเลือกของผู้นำยูเครนเหลือน้อยลงไปทุกที

กระทั่งอดีตพันธมิตรที่ใกล้ชิดในพรรครีพับลิกันในสหรัฐฯ อย่าง วุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม ก็ยังหันกลับมาวิพากษ์วิจารณ์เซเลนสกี โดยเสนอแนะว่า "เขาต้องลาออกจากตำแหน่งและส่งใครสักคนที่สามารถร่วมมือกับเราได้มาเจรจา หรือไม่เขาก็ต้องเปลี่ยนแปลง"

อะไรคือสิ่งที่เซเลนสกีต้องเปลี่ยนแปลง หรือเขาควรจะลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี หากว่านั่นคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้สหรัฐฯ กลับมาสนับสนุน

เซเลนสกีควรกล่าวคำขอโทษต่อทรัมป์หรือไม่ ?

ทางเลือกนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับเซเลนสกี ในขณะที่นายกรัฐมนตรียูเครนกล่าวว่า ในตอนนี้ รัฐบาลยูเครนยังคงเปิดโอกาสในการเจรจาเรื่องข้อตกลงว่าด้วยทรัพยากรแร่กับสหรัฐฯ อยู่

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (28 ก.พ.) ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวต่อเซเลนสกีแบบสั้น ๆ ตรงประเด็นว่า เขาไม่ได้อยู่ในจุดที่ดีมากนัก "คุณไม่ได้มีไพ่ในมือ (ในกรณีนี้หมายถึงแต้มต่อ) ในตอนนี้ ถ้าอยู่กับเรา[สหรัฐฯ]คุณจะเริ่มมีไพ่"

ที่จริงเซเลนสกีก็มีความพร้อมที่จะลงนามในข้อตกลงว่าด้วยทรัพยากรแร่กับประธานาธิบดีทรัมป์แล้วเมื่อวันศุกร์ ก่อนที่เขาจะถูกแจ้งให้ออกจากทำเนียบขาว ข้อตกลงดังกล่าวดูเหมือนจะยังอยู่บนโต๊ะเจรจาในตอนนี้ และในช่วงคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา แอนดรีย์ เยอร์มัค หัวหน้าสำนักประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า เขากำลังดำเนินการเรื่องนี้ต่อกับไบรอัน ฟิตซ์แพททริค สมาชิกสภาคองแกรสของพรรครีพับลิกัน พร้อมระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าว "สำคัญสำหรับทั้งสองประเทศ"

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลทรัมป์ยังคงรอดูท่าทีอยู่

ด้านเซเลนสกีในตอนนี้ไม่สามารถถ่อมลงมาเพื่อแสดงการขอโทษได้ หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวยูเครนมาตลอดสามปีของสงคราม ชาวยูเครนไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะยอมจำนนต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เขาจะต้องสรรหาคำพูดที่ดีพอที่จะเอาใจทรัมป์ได้ เขาอาจจะต้องยอมรับการหยุดยิงชั่วคราวตามแบบที่ทรัมป์ต้องการ แม้ว่าเขายังคงเชื่อว่า สถานการณ์ยังห่างไกลจากสันติภาพอยู่มากก็ตาม

ข้อตกลงที่ว่านี้จะหมายถึงการที่สหรัฐฯ กลับมาให้ความช่วยเหลือหรือไม่ และมีขอบเขตเท่าใด นี่คือสิ่งที่รัฐบาลยูเครนต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก ๆ

โอเล็กซานเดอร์ เมเรซโก ประธานกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของรัฐสภายูเครน ระบุว่า การระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนจากสหรัฐฯ ถือเป็นเรื่องอันตรายต่อความสามารถของยูเครนในการป้องกันพลเมืองในประเทศ

การลาออกจากตำแหน่งคือทางออกหรือไม่ ?

การลาออกจากตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่เซเลนสกีจะทำหรือนำมาพิจารณา

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวถึงเซเลนสกีว่าเป็นประธานาธิบดีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และยังเป็นผู้นำเผด็จการคนหนึ่งอีกด้วย ซึ่งนี่เป็นวาทกรรมที่สะท้อนโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลรัสเซีย ที่ใช้คำนี้เรียกเขานับตั้งแต่เริ่มสงคราม

ขณะที่เซเลนสกีกล่าวในคืนวันอาทิตย์ว่า นี่ดูเหมือนว่า "ไม่เป็นประชาธิปไตยเท่าไหร่" สำหรับชาวยูเครนที่ถูกบอกว่า ใครควรเป็นประธานาธิบดีของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม เขายังเป็นผู้นำที่ได้รับเลือกตั้งของยูเครน และแม้ว่าวาระการดำรงตำแหน่งของเขาจะสิ้นสุดในปีที่แล้ว แต่เขายังคงเป็นประธานาธิบดีภายใต้กฎอัยการศึก ซึ่งถูกบังคับใช้เนื่องจากการรุกรานจากรัสเซียของปูติน

การลาออกจากตำแหน่งของเซเลนสกีอาจจะเป็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งสำหรับปูติน เนื่องจากเขามีความพยายามที่จะหาคนมาแทนที่เซเลนสกีนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น และเขาเองก็ไม่แม้จะพูดคุยกับเซเลนสกีโดยตรง เพราะว่า "ความไม่ชอบธรรมของเซเลนสกี"

อย่างไรก็ตาม สำหรับทางเลือกนี้ เซเลนสกีอาจจะรับมาพิจารณาก็ต่อเมื่อมันเป็นข้อแลกเปลี่ยนให้ยูเครนเข้าเป็นสมาชิกของนาโต และทรัมป์เคยบอกว่า ให้เขาลืมเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกนาโตไปเสีย

เขาสามารถพึ่งพาตนเองและยุโรปแทนได้หรือไม่ ?

ในวันอังคารที่ผ่านมา บุคคลสำคัญในยูเครนหลายคนแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า พวกเขาจะยื้อสถานการณ์ให้นานที่สุดเท่าที่จำเป็นในระหว่างที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ แต่รายงานบางฉบับชี้ให้เห็นว่า การระงับความช่วยเหลือดังกล่าวของสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ขีปนาวุธและปืนใหญ่ป้องกันภัยทางอากาศที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต้องหยุดทำงาน

ขณะที่ เฟดีร์ เวเนิสลาฟสกี สส. ยูเครน ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นว่า พวกเขาสามารถยื้อเวลาไปได้ราวหกเดือน แต่มีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่จะจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบจรวดหลายลำระยะไกลให้ยูเครนได้

ด้าน แดนึส ชมือฮัล นายกรัฐมนตรียูเครนระบุว่า ในตอนนี้ยูเครนมีความพร้อมที่จะผลิตยุทโธปกรณ์เหล่านี้ได้ราวหนึ่งในสามของอาวุธที่จำเป็นต้องใช้ ส่วนเป้าหมายอยู่ที่ 50%

แล้วเซเลนสกีสามารถพึ่งพาชาติพันธมิตรในยุโรปแทนได้หรือไม่ ?

โดยภาพรวม ชาติยุโรปให้เงินอุดหนุนยูเครนอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าที่สหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครน และล่าสุด เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เพิ่งประกาศแผนการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถด้านกลาโหมของยุโรปไป

เธอเสนอว่าจะเพิ่มงบด้านกลาโหมเพิ่มขึ้นเป็น 8 แสนล้านยูโร หรือราว 28.6 ล้านล้านบาท โดยส่วนหนึ่งในนี้จะถูกส่งไปช่วยยูเครน

อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรยืนกรานว่าหลักประกันด้านความมั่นคงปลอดภัยของสหรัฐฯ เป็นสิ่งสำคัญในกรณีที่มีการหยุดยิง แม้ว่าในคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักรระบุไว้ว่า "เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ยุโรปจะเป็นผู้รับบทหนัก"

นายกรัฐมนตรียูเครนเองก็กล่าวว่า การรับประกันความมั่นคงปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรมของสหรัฐฯ "ยังมีความสำคัญอย่างยิ่ง" สำหรับยูเครนและทั่วทั้งทวีปยุโรป